ประมาณต้นมีนาคม ๒๐๐๘ พี่ได้อีเมลล์ ผ่านมาทางสามี เป็นอีเมลล์จากTacugama Chimpanzee Sanctuary ต้องการหาสัตวแพทย์อาสาไปทำงานแทนสัตวแพทย์ประจำของเค้าที่จะลาพักร้อน เป็นเวลา ๓ เดือน ไม่คิดว่าจะได้ พี่ก็เขียนไปถาม และก็สมัครไป กำลังคิดว่าจะให้ใครเป็น Referee ดีนะ ตั้ง ๒ คนด้วย แต่เค้าก็รับเลย คิดว่าหมอเค้านั่นแหละเพระาเรารู้จักกันมาก่อน พี่มีเวลา ๓ อาทิตย์ ในการหาตั๋วไปFreetown ทำวีซ่า ซึ่งใช้เวลา ๓ วันทำการ และ ไปทำวัคซีน ที่เค้าขอมาคือ Yellow Fever, Tetanus, Typhoid และยังต้องทำ TB check ด้วย พี่โดนไปทั้ง Montoux test ซึ่งเป็น Skin test แต่อ่านไม่ได้เลย เพราะ เคยทำ บีซีจี reaction ใหญ่มากจนอ่านไม่ได้ ต้องไปเอกซเรย์ปอด เสียเงินเพิ่มอีก เพราะต้องใช้บริการคลีนิคเอกชนหมดเลย ของรัฐทำให้ไม่ทัน ที่นี่อังกฤษถึงแม้ว่าสวัสดิการรัฐจะดี และฟรี แต่ คิวยาวมาก บางอย่างรอจนหายเองก็มี
การเดินทาง
พี่เลือก Kenya Airways ใช้เวลาทั้งหมด ๒๔ ชม จาก ลอนดอน ถึง Freetown แวะ ไนโนบี และ อัครา เพื่อหวังจะประหยัด ๑๐๐ ปอน์ด ถ้าบินกับสายการบินตรง ที่ใช้แต่ ๖ ชม ไม่รู้คุ้มมั้ยนี่ สนามบิน Lungi ยังล้าหลังมาก เดินงงๆ ก็ ออกมาแบบงงๆ เค้ามีคนมารับ พาไปขึ้นเรือเร็ว ขนาด ๓๐ คนนั่ง สนามบินไม่ได้อยู่ที่ตัวเมือง ถ้าไปทางรถ จะใช้เวลา ๘ ชม ทางน้ำจึงเป็นที่นิยม เพราะ ครึ่งชมก็ถึง Freetown แล้ว ทางเฮลิคอปเตอร์ก็มี หรือ Hovercraft พี่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้เห็นที่นี่แหละ ลืมบอกว่าเค้าไม่มีท่าเรือทั้งจากสนามบิน หรือจากฟรีทาวน์ แต่จะใช้คนหนุ่มๆแข็งแรง แบกทั้งคน ทั้งของ ขึ้นเรือ ประทับใจจริงๆ แปลกไม่เคยเห็น
Republic of Sierra Leone
เป็นข้อมูลคร่าวๆ เป็นประเทศเล็กๆ ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติค ใน West Africa มีภูมิอากาศแบบเขตร้อนชื้น เคยเป็นศูนย์กลางค้าทาส Transatlantic slave trade ซึ่งยังคงสิ่งก่อสร้างหลงเหลือให้ดูในปัจจุบัน ในปี ๑๘๐๘ ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ยาวนานจนปี ๑๙๖๑ ได้พร้อมใจกันขับไล่อังกฤษ และหลังจากนั้นช่วงเวลา๒๐กว่าปี ที่สถานการณ์ได้บ่ม ความขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน รัฐไม่สนใจ ปล่อยประชาชนตามยฐากรรม สิ่งเหล่านี้ช่วยกันบ่มจนในที่สุดเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ในปี ๑๙๙๑ ถึงปี ๒๐๐๐ ทุกวันนี้ หน่วยงานการกุศลทุกชนิด ยังคงให้ความช่วยเหลือ แก่ชาวเซียรา ลีโอเนียน จนติดนิสัย คิดไม่เป็น หรือ ไม่อยากจะคิด ซึ่งเป็นที่น่าเศร้าใจ และ มองไม่เห็นอนาคตของเค้า
ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานแย่มาก ไฟฟ้า แม้แต่ในส่วนราชการยังต้องมีเครื่องปั่นไฟไว้คอยสำรอง โทรศัพท์ไม่ต้องพูดถึง เพราะการสายโทรศัพท์น้อยมาก มือถือจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเค้า ขนส่งมวลชน น้อยมาก เห็นมีรถตู้ แต่ไม่มีป้ายบอก ต้องเป็นคนท้องถิ่นจึงจะใช้เป็น และมีแท็กซี่บ้าง น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม ต้องนำเข้า คนที่เงินถึงจะได้ใช้ ราคาแพงมากๆ ตึกรามบ้านช่อง ส่วนใหญ่ยัง บ่งบอกถึง สมัยเป็นโคโลเนียลของอังกฤษ มี บ้านเก่าแก่ให้ดูมากมาย แต่เสียดายขาดการบำรุงเนื่องจากความยากจน และรัฐไม่สนใจที่จะอนุรักษ์ คงจะปล่อยให้ผุเก่าไปตามกาลเวลา ยิ่งได้ยินว่ามีนักธุรกิจ อยากซื้อ แล้วรื้อทิ้งสร้างตึกสูงไว้ทำกำไร รู้สึกเสียดาย ข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งอาหาร ตามซูเปอร์มาเก็ต ต่างนำเข้าแทบทุกชนิด และ ส่วนใหญ่เป็นชาวเลบานอน ที่เข้ามาเพื่อกอบโกย ของหลายอย่างมาจากตะวันออกกลางที่คุณภาพกับราคาไม่สมดุลย์กัน อย่างว่าธุรกิจผูกขาด อยากตั้งราคาเท่าไรก็ได้ คนต่างชาติที่อยู่ที่นั่นส่วนใหญ่ได้เงินดี ก็คงไม่คิดอะไร แต่ก็มีอาสาหลายคนที่เดือดร้อนแบบพี่ พี่เคยไปที่พักของเลขาทูตอเมริกัน ความเป็นอยู่ของต่างชาติ กับคนท้องถิ่น ต่างกันราวฟ้ากับดิน
สภาพภูมิประเทศของเมืองฟรีทาวน์ ตั้งอยู่บนเขา ติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค ทำให้ได้ทัศนียภาพที่สวยมากๆ จากภูเขาหลายลูก กับทะเล มีป่าโกงกาง มีแม่น้ำผ่านเมือง ทุกครั้งที่เข้าเมือง จะได้เห็น แร้ง กับ Kite เยอะมาก น่าตื่นตาตื่นใจ ระยะหลายปีผ่านมาจนถึงวันนี้ ได้มีการถางป่า เพื่อปลูกสิ่งก่อสร้างและบ้านเรือนเพิ่มสูงมาก ป่าหายไปอย่างไว เป็นที่น่าเสียดาย อัตราแลกเปลี่ยน ๑ เหรียญสหรัฐ ได้ ๓๐๐๐ ลีโอน ทุกครั้งที่ใช้เงินลีโอนพี่งงทุกที คิดเลขไม่เก่ง
Tacugama Chimpanzee Sanctuary
ผู้ก่อตั้งคือคุณ Bala Amaresekaran นักธุรกิจชาวศรีลังกา ที่ย้ายไปประเทศนี้มานาน๓๐กว่าปี แต่เริ่มสร้างSanctuary ในปี๑๙๙๕ รายละเอียด หาอ่านได้ที่ www.tacugama.com ทางการอนุมัติที่ดินในป่าบนเขา ให้ ๑๐๐ เอเคอร์ หรือ ๒๕๐ ไร่ ปัจจุบันมีชิมแปนซี ประมาณ ๙๐ ตัว แบ่งเป็น ๕ ฝูง
ฝูงที่หนึ่ง เป็นฝูงที่ เป็นผู้ใหญ่กัน มี alfa male และรองๆ, แม่และลูกเล็ก แต่หลังจากนี้ เค้าคุมกำเนิด โดยการฝังฮอร์โมน ดูพฤติกรรมกลุ่มนี้แล้วทึ่ง การเมืองเยอะมาก คอยเช็คกันตลอดเวลา มีกี่ตัวไม่แน่ใจ เพราะส่วนใหญ่เค้าใช้ชีวิตในป่าลึก มองไม่เห็น แต่อยู่ในบริเวญที่ถูกล้อมด้วยรวดไฟฟ้า บริเวณใหญ่มากๆ ฝูงนี้ ไม่บังคับว่าต้องกลับมานอนในห้อง ให้อาหาร ๕ มื้อ
ฝูงที่สอง เป็นอายุที่ยังไม่ถึงวันเจริญพันธุ์ มี ๒๖ ตัว มีตัวเมียเป็นจ่าฝูงคุม เพราะอาวุโสสุด และบุคลิคดีมากๆ แม่ตัวนี้ดูแลลูกฝูงดีมาก เป็นผู้นำที่เยี่ยมเลย กลุ่มนี้ ตอนเย็นจะต้องเอาเข้ามานอนในห้องทุกตัว ให้อาหาร ๖ มื้อ
ฝูงที่สาม มี ๑๐ ตัว มีทั้งตัวใหญ่ เพราะเข้าฝูงที่หนึ่งไมได้ เลยมาคุมตัวเล็กที่อายุ ๔ ปี ถึง ๗ ปี กลุ่มนี้ รั้วไฟฟ้ามีบริเวณขนาดเล็ก และเป็นที่ให้ผู้เข้าชม ได้เห็นใกล้ที่สุด ตอนเย็นให้เข้านอนในห้อง ให้อาหาร ๖ มื้อ
ฝูงที่๔ กลุ่มนี้ อายุตั้งแต่ ปีเศษ ถึง ๔ ปี มี ๒๐ ตัว พวกนี้เข้านอนในห้องตอนเย็น ให้อาหาร ๗ มื้อ
ฝูงที่ ๕ เป็นกลุ่มที่อยู่กักดูโรค มี ๒ ตัว ให้อาหาร ๗ มื้อ
ที่นี่จะกักดูโรค ๓ เดือน วันที่แรกเข้าจะตรวจพยาธิก่อนเลย ถ้าแข็งแรงดี จะ GA และ ตรวจสุขภาพ ทำประวัติฟันด้วย ตรวจทีบี เก็บเลือด ดูCBC ให้ วัคซีนกันบาดทะยัก ใช้ ๐.๕ ซีซี และ วัคซีนโปลิโอ
ระหว่างกักโรค จะมี GA ๓ ครั้ง ซึ่งจะทำ ตรวจทีบี วัคซีน กันบาดทะยัก และ โปลิโอ ตรวจเลือดจะทำครั้งที่๑ และ ๓ หมอโรซ่าเค้าจะทำ CBC เอง ส่วนพี่ คืนอาจารย์ไปหมดแล้ว แต่ถ้าจะดู Blood chemistry ส่งโรงพยาบาลคนได้ค่ะ
สิ่งก่อสร้างภายใน Sanctuary
บ้านพักหมอ, บ้านพักอาสาสมัคร , โรงครัวซึ่ง เตรียมอาหารทั้งคน และชิมแปนซี , บ้านพักพนักงาน ซึ่งส่วนใหญ่ จะพักค้างที่นี่เลย ได้กลับบ้านอาทิตย์ละวัน , ร้านขายของที่ระลึก ห้องแล็บ ซึ่งรวมสต๊อคเวชภัณฑ์ ทุกอย่าง ห้องรักษาและผ่าตัดที่สำคัญ ส่วนใหญ่จะรักษากันที่ห้องนอนพวกเค้า, ตึก๒ ชั้น ที่ด้านบน ทำเป็นสำนักงาน และ ห้องนิทรรศการณ์ ให้ความรู้ผู้เข้าชม ส่วนด้านล่างเป็นห้องนอนของชิมแปนซีกลุ่มที่๑ , ห้องพัก หรือecolodge สำหรับหารายได้เข้า Sanctuary ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับ ชาวต่างชาติ และ มี ห้องล๊อคตัวเอง กรณีชิมแปนซีหลุด มี ๒-๓ ห้อง
การหารายได้
เท่าที่ทราบ มีหน่วยงานด้านสัตว์ป่าทั่วโลกให้การสนับสนุน การบริจาคผ่านเวบ โครงการ อดอปชิมแปนซี , บ้านพักสำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อน, ขายของที่ระลึก, ผู้เข้าชม วันละ ๒ รอบ เท่านั้น และทุกครั้งต้องมีเจ้าหน้าที่ของเค้าติดตาม เพราะบริเวญกว้างใหญ่มากๆ
เคส
ช่วงเวลา ๓ เดือนที่พี่อยู่ ไม่มี ตัวใหม่เข้ามาเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมากๆ แต่พอพี่กลับได้เพียงอาทิตย์เดียว มีมาตั้ง ๔ เคส เป็น เด็กๆ ๒ ตัว เด็กรุ่นอีกตัว และ วัยเจริญพันธุ์อีกตัว ตัวหลัง นี่ได้ข่าวว่าเจ้าของเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก พอโตแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยจับล่ามโซ่ที่คอนั่นแหละ มี๒ เคสที่พี่ ต้องคอยให้ยารักษาทีบี ทุกวัน พี่ไม่ได้คลุกคลีกับทีบี เท่าไร แต่หมอโรซ่า เค้าเก่งมาก และปรึกษาหมอคนเยอะ แล้วก็ ตัดสินใจใช้ตัวยาใหนบ้าง โด๊สเท่าไร พี่ไม่ได้เจาะลึก มีชิมตัวหนึ่ง ให้ตัวยาตั้ง๔ ชนิดร่วมกันเลยนะ เป็นเพราะรักษามานาน แล้ว และหยุดไป พอเริ่มใหม่ก็เลยเอาหนักกว่าเดิม ตับก็จะพังเอาเสียก่อน แม่ตัวนี้ เค้าเรียบร้อยมาก เค้าถึงดิวที่จะต้องเช็คดูว่า การรักษาได้ผลมั้ย ก็โดย ต้องทำเอกซเรย์ ประสบการณ์สนุกมาก ที่นี่เค้ามีหมอคนที่ยอมให้ชิมแปนซีไปใช้เอกซเรย์ คลีนิคหมออยู่ในเมือง ขับรถ ๔๐ นาทีได้ กว่าจะได้วางยาแม่ตัวนี้ โดนกัก อดอาหาร ๔ หน ถึงได้ จนพี่ไม่พอใจ เพราะ เค้าจะบอกเลื่อนตลอด มีเหตุตลอด จนพี่บอก คุณเอาให้แน่ๆไปเลยดีกว่า สงสารชิม ทั้งโดนอด น้ำ อาหารแล้ว ยังต้องเครียดที่โดนแยกจากฝูงอีก ไม่แฟร์กับชิม ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ พี่เตรียม ลูกดอก และ คุณบาลา ไปเป่า แต่การจัดการเค้าดีมาก เค้าจะล่อให้ชิมเข้า ในห้องเล็กๆ และไม่เครียดเลย หลับดีมาก เช็คทุกอย่างไวๆแล้ว รีบขึ้นรถกระบะ ๒ ตอน พี่นั่งขนาบข้าง อีกข้างเป็นพี่เลี้ยงที่อาวุโส รู้จักชิมทุกตัว ด้วยความที่ถนนขรุขระมาก พี่ว่ามันเป็นการปลุกชิมอย่างดีที่สุดเลย พอถึง คลีนิคหมอ ชิมเค้าลุกนั่งเฉยเลย พี่ต้องให้ยาเพิ่มอย่างลุกลี้ลุกลน ไม่คิดว่าเค้าจะตื่นไว โชคดีเค้ารู้จักพี่เลี้ยงดี ก็ปลอบใจกันระหว่างรอพี่เตรียมยา ก็หลับไปอีกรอบ ในที่สุดก็ได้เอกซเรย์ หมอบอกว่า ดูปอดแล้ว ดีขึ้น ให้รักษาต่อไป ขากลับ ต้องเติมยาอีก ระหว่างทาง ระหว่างเดินทางพี่จะเช็ค อุณหภูมิ และ ใช้เครื่องเช็ค ชีพจร เป็นระยะๆ
เคสตัวที่๒ โชคดีมากที่สุดต้องขอยอมรับเลยว่า ถ้าไม่ได้แอนดรูอยู่ด้วยตัวนี้คงไม่รอด สายวันนั้น หลังฝนตกหนักมากๆ กำลังจะกินมันต้มกัน ซึ่งเป็นอาหารชิม ค่ะ แต่คนก็หยิบกินได้ วิทยุเข้าเครื่องมาอย่างร้อนใจ หมอมาดูนี่หน่อย ด่วนเลย พี่วิ่งแจ้นไปเลย และขอให้แอนดรูตามไปติดๆ พอไปถึง เจ้าชิม กลุ่มที่ ๓ อายุน่าจะ ๕ ปี นอนหงายผึ่ง มีใส้ไหล ตอนนั้นยังไม่ออกมามาก แอนดรูมาถึงพอดี พี่ขอให้เค้าเตรียมห้องผ่าตัด ส่วนพี่จะไปห้องยา เอายาสลบก่อน พอทำลูกดอกได้แล้ว ให้พี่เลี้ยงไปเป่า แต่ไม่ทันคิดว่า หมอควรจะอยู่ที่นั้นด้วย เพราะ พี่พุ่งไปเตรียม หยูกยา เครื่องไม้เครื่องมือผ่าตัด ขณะที่แอนดรู เตรียมห้องผ่าตัด พอชิมมาถึงเตียง ไส้ออกมาขด กะประมาณ ได้ ๗๐ ซม เฮ้ยทำไม ออกมามากกว่าเดิม ก็เลยน่าจะเป็นช่วงขนย้าย พี่เลี้ยงเค้า หิ้วปีก แทนที่จะมาแบบนอนมา งานนี้ แอนดรูเป็นมือผ่าตัด ประสบการณ์ผ่าตัดพี่ ไม่มาก พี่ขอเป็นแอสซิสช่วย และหมอดมยา พอ ตรวจดู ว่าไส้ออกมาจากใหน พยายามหล่อ น้ำเกลือตลอด ล้างเยอะๆ กลัวติดเชื้อ และพอดูรู ปรากฏว่า รู มันโผล่ที่ต้นขาด้านใน ที่ใกล้ inguinal canal พอยัดไส้กลับ ไส้มันไม่ยอมกลับ และลมในลำไส้เริ่มมากขึ้น ทำไงก็ไม่เข้า ถึงตอนนี้หมอๆ ลองคิดดูว่าจะทำอย่างไรต่อ
แอนดรู ตัดสินใจเปิด มิดไลน์ เลย คราวนี้ ต่วยอย่างพี่ก็ไปตามหาที่โกนขน แบตดันหมด ไม่ได้ชาร์ตไว้น่ะ เอามีดผ่าตัดเลยคมดี หลังจากนั้นก็ เปิด แผลใหม่ที่ท้อง พ่อคุณ ดันอาเจียน เฉยเลย ก็เพราะ เค้าพึ่งได้กินอาหาร มันต้มแหละค่ะ เอ้าหมอผ่าตัดหยุดค่ะ ขอเวลานอก พี่เอาหัวเค้าลงต่ำทันที และใช้ก๊อซ เช็ดอาหารที่อยู่ในปาก ออกให้หมด เค้าอาเจียนอีก ๒ หน และระหว่างผ่าตัดอุณหภูมิร่างกายต่ำด้วย ใช้ถุงมือใส่น้ำร้อน แล้ววางตามจุดสำคัญที่ตัวเค้า มีช่วงเวลาหนึ่งที่พี่แทบหมดหวังเพราะเค้าช็อคเหงือกม่วง ต้องให้ยาเข้าทางเส้นเลือดดำ พี่หาเส้นเลือดดำเค้าไม่เจอตั้งแต่แรกแล้ว ใช้เข็มปกติได ้แต่พอใช้ IV catheter ไม่ได้เลย พี่ลืมบอกไปว่า ช่วงที่ฝนตกหนักๆ พวกนี้เค้าวิ่งเล่นฝนกันสนุกสนาน พี่ยังนึกห่วงอยู่เลยว่าจะลื่นตกต้นไม้ กันบ้าง และก็จริง พ่อตัวนี้ลื่นตกลงมากระแทกตอไม้ พอดี หลังจากนั้น พี่เลี้ยงได้เข้าไปตัดยอดพวกนี้ทิ้งหมดเลย ใช้เวลาผ่าตัดกันทั้งหมด ประมาณ ๓ ชมได้ ให้แก้ปวดขนานแรง และให้ Amoxy Clav ต่อกัน ๓ อาทิตย์ Meloxicam ๑ อาทิตย์ และ Probiotic พอผ่าตัดเสร็จ ก็ รอจนเค้าฟื้น ก็รู้สึกดีใจ ผ่านไปเปาะแรก แต่แอนดรูกังวลว่า เส้นเลือดที่เลี้ยงลำไส้โดนบิดอาจมีผลต่อลำไส้ นั่นคือถ้าลำไส้ไม่ทำงาน เค้าก็จะโชว์ท้องอืด และตายอย่างทรมาณ จำได้ว่า ไม่มี เพนโตบาร์บด้วย แต่ก็คิดถึงการผ่าตัดลำไส้เช่นกัน เพราะ บาลา เค้ามี เพื่อนที่เป็นหมอคน ติดต่อได้
วันรุ่งขึ้น ไปดูเค้า เค้าดูดีขึ้น และได้วางยาเค้าอีกรอบ เพื่อเช็คแผลให้ละเอียด และซ่อมบางส่วน และ กินได้บ้างก็ดีใจแล้ว วันที่สอง นี่คึกแล้ว ขอกินโน่นนี่ แต่ก็ยังห่วงเรื่องติดเชื้อในช่องท้อง และแผลที่ขา เพราะแอนดรูเล่าว่า เย็บยากมาก เนื่องจาก แทบจับไม่ได้เลยว่า อะไรเป็นอะไร แต่ก็พยายามเย็บให้ดีที่สุด ก็กังวลว่าแผลที่ตรงนี้จะแตกด้วย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ทุกวันเฝ้ามองว่าเมื่อไรเค้าจะอึ เพื่อดูการทำงานของลำไส้ ปรากฏว่า อึช่วงแรกๆเป็นลักษณะ ยังย่อยไม่หมด แต่ ก็ปกติในที่สุด
เคสต่อมา เป็น บิ๊กบอย ขนาด ๕๐ กก โดน alpha male กัด ที่แขน เขาไม่ใช้แขนเลย และดูบวม พี่ก็รักษาทางยาไปก่อน เกือบ๒ อาทิตย์ พบว่ายังมีหนอง ซึมๆ ตลอด ก็เลย ต้องวางยา เช็คดู ให้กิน ไดอะซีแพม พรีเมด ก่อน ผลดีมากๆ เพราะเค้าหลับปุ๋ย ไม่เครียด ที่จะโดนยิงยาสลบ พี่เลี้ยงก็ยิงง่ายมาก ก็ทำแผล ปรากฏว่า รูลึกขนาด นิ้วครึ่งได้ พี่ก็ล้างแผลอย่างดีเลย ก็ยังไม่หายดี หมอโรซ่าต้องวางยา ทำแผลใหม่ อีกรอบ คราวนี้เปิดแผลกว้างเลย จะได้มีช่อง เดรนเต็มที่ พี่กลับก่อนเลยไม่ได้ดูแผลครั้งนี้
อีกเคส เท้าบวมเป่งมาเลย มีหนอง วางยา เปิดแผล แล้ว ทำความสะอาดอย่างดี หลายอาทิตย์ ผ่านไป พบว่า ยังมีอักเสบ หมอโรซ่า เอาตัวไป เอกซเร์ พบว่า กระดูกติดเชื้อ รักษาทางยาต่อ ก็หายปกติ ที่เหลือ ส่วนใหญ่ท้องเสีย จะตรวจอึทันทีเลย และไม่เคยพบไข่พยาธิ ส่วนใหญ่เกิดจากเครียด และ โปรโตซัวก็จะพบมากผิดปกติ การแก้ก็แก้ที่ อาหาร และ และ ให้ โปรไบโอติค และหวัดนี่ก็เป็นกันมากๆ แต่ก็ไม่เคยต้องให้ยาปฏิชีวนะเลย ให้วิตามิน หรือ แก้ไอ เท่านั้น
งานในแต่ละวัน
ตื่นแต่เช้า ไปดู สังเกตุ ชิม ช่วงเวลาเค้าให้กินนม ถ้ามีอะไรผิดปกติก็จะเห็นได้เร็ว และ ก็เข้าทานอาหารเช้า เนื่องจากเค้าให้อาหารหลายเวลา ในแต่ละวัน ทำให้มีเวลา หมุนเวียนไปดูชิม กลุ่มอื่นๆ ได้ทั้งวัน หรือ ไปดูพฤติกรรมชิม แต่ละฝูง ตอนไปใหม่ๆ เข้าใกล้ไม่ได้เลย บางตัวต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าเค้าจะยอมรับ บางตัว ร้ายมากๆ อาจเป็นเพราะ มีประสบการณ์ไม่ดีกับคน
พฤติกรรมชิมแปนซี น่าสนใจมากๆ และเป็นสัตว์ที่ใช้เสียงสื่อสารตลอดเวลา พี่เรียนรู้หลายเสียงแล้ว โดยเฉพาะ เวลาเค้าหัวเราะ หรือ ไม่พอใจ หรือ สงสัย เตือนภัย เมื่อก่อนไม่เคยคิดอยากทำงานกับชิม เพราะรู้สึกว่า ก้าวร้าวมาก เสียงดัง แต่พอเข้าใจว่าเค้าสื่ออะไร จะสนุก และ ทึ่งในพฤติกรรมของชิมมากๆ เวลา จ่าฝูง เต้นโชว์พาวเวอร์ น่าทึ่งมากๆ
ที่นี่วางท่อน้ำ หลายกิโล เพื่อนำน้ำจากป่ามาใช้ พี่ก็ต้มน้ำทานก่อน แต่คนท้องถิ่นเค้าดื่มเลย ไฟฟ้า ต้องใช้ เครื่องปั่นไฟ บ้านอาสาสมัคร มีดวงไฟ๒ ดวง ในครัว กับ ห้องนั่งเล่น และเป็นไฟจาก พลังงานแสงอาทิตย์ อินเตอร์เน็ต ก็มี โดยใช้ เครื่องปั่นไฟเช่นกัน พี่เตรียมยา Doxycycline ไปกันมาลาเรีย ปรากฏว่าที่ป่าแทบไม่เห็นยุงเลย แต่ที่เมืองกลับชุมมากๆ
ข้อมูลอื่นๆที่ขอเสริม คือ ขอชมว่า การจัดการที่นี่ ดีมาก มีระบบกักดูโรค ที่ดี นอกจากนี้ยังใช้ในคนด้วย พนักงานทุกคน จะต้องผ่านการ ตรวจ เช็ค ทีบี และ มีโปรแกรม ถ่ายพยาธิ ทั้งในคน ชิมแปนซี รวมทั้งวัคซีน นอกจากจะสนับสนุนพนักงานของตัวเอง รวมไปถึง ครอบครัวของพนักงาน ยังได้ สนับสนุน ชุมชน หลายด้าน เพื่อชุมชนยั่งยืน สนับสนุนกันและกัน มี โปรแกรม ให้ความรู้ การอนุรักษ์ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม รวมถึง สนับสนุน ค่าใช้จ่ายให้นักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ใกล้เคียง ได้มาทัศนศึกษา และมีกิจกรรมปลูกฝังให้เข้าใจเรื่องการอนุรักษ์
เพราะปัจจุบัน ยังพบค่านิยม การกินเนื้อ ลิง หรือ ชิมแปนซี หรือ กอริลลา ที่มีความคิดว่ากินแล้วมีพลังดีแบบลิง ทำให้เกิดการล่า เอามาขาย แพงเท่าไรก็ยอมซื้อ ค่านิยมนี้เป็นปัญหาที่รุนแรงที่สุด
คงจะจบลงแค่นี้ อีก ๒วัน พี่กำลังจะไปอีกรอบ คราวนี้ ๒ เดือน พี่คงจะได้เข้ามาตอบภายในอีก ๒ เดือนนับจากนี้ค่ะ
