ประมาณต้นมีนาคม ๒๐๐๘ พี่ได้อีเมลล์ ผ่านมาทางสามี เป็นอีเมลล์จากTacugama Chimpanzee Sanctuary ต้องการหาสัตวแพทย์อาสาไปทำงานแทนสัตวแพทย์ประจำของเค้าที่จะลาพักร้อน เป็นเวลา ๓ เดือน  ไม่คิดว่าจะได้ พี่ก็เขียนไปถาม และก็สมัครไป กำลังคิดว่าจะให้ใครเป็น Referee ดีนะ ตั้ง ๒ คนด้วย แต่เค้าก็รับเลย คิดว่าหมอเค้านั่นแหละเพระาเรารู้จักกันมาก่อน พี่มีเวลา ๓ อาทิตย์ ในการหาตั๋วไปFreetown ทำวีซ่า ซึ่งใช้เวลา ๓ วันทำการ และ ไปทำวัคซีน ที่เค้าขอมาคือ Yellow Fever, Tetanus, Typhoid และยังต้องทำ TB check ด้วย  พี่โดนไปทั้ง Montoux test ซึ่งเป็น Skin test  แต่อ่านไม่ได้เลย เพราะ เคยทำ บีซีจี  reaction ใหญ่มากจนอ่านไม่ได้ ต้องไปเอกซเรย์ปอด เสียเงินเพิ่มอีก เพราะต้องใช้บริการคลีนิคเอกชนหมดเลย ของรัฐทำให้ไม่ทัน ที่นี่อังกฤษถึงแม้ว่าสวัสดิการรัฐจะดี และฟรี แต่ คิวยาวมาก บางอย่างรอจนหายเองก็มี

 

การเดินทาง

พี่เลือก Kenya Airways ใช้เวลาทั้งหมด ๒๔ ชม จาก ลอนดอน ถึง Freetown แวะ ไนโนบี และ อัครา เพื่อหวังจะประหยัด ๑๐๐ ปอน์ด  ถ้าบินกับสายการบินตรง ที่ใช้แต่ ๖ ชม ไม่รู้คุ้มมั้ยนี่   สนามบิน Lungi ยังล้าหลังมาก เดินงงๆ ก็ ออกมาแบบงงๆ เค้ามีคนมารับ พาไปขึ้นเรือเร็ว ขนาด ๓๐ คนนั่ง สนามบินไม่ได้อยู่ที่ตัวเมือง ถ้าไปทางรถ จะใช้เวลา ๘ ชม ทางน้ำจึงเป็นที่นิยม เพราะ ครึ่งชมก็ถึง Freetown แล้ว ทางเฮลิคอปเตอร์ก็มี หรือ Hovercraft พี่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ได้เห็นที่นี่แหละ ลืมบอกว่าเค้าไม่มีท่าเรือทั้งจากสนามบิน หรือจากฟรีทาวน์ แต่จะใช้คนหนุ่มๆแข็งแรง แบกทั้งคน ทั้งของ ขึ้นเรือ ประทับใจจริงๆ แปลกไม่เคยเห็น

 

Republic of Sierra Leone

เป็นข้อมูลคร่าวๆ  เป็นประเทศเล็กๆ ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติค ใน West Africa มีภูมิอากาศแบบเขตร้อนชื้น เคยเป็นศูนย์กลางค้าทาส Transatlantic slave trade ซึ่งยังคงสิ่งก่อสร้างหลงเหลือให้ดูในปัจจุบัน ในปี ๑๘๐๘ ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ ยาวนานจนปี ๑๙๖๑ ได้พร้อมใจกันขับไล่อังกฤษ  และหลังจากนั้นช่วงเวลา๒๐กว่าปี ที่สถานการณ์ได้บ่ม ความขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน รัฐไม่สนใจ ปล่อยประชาชนตามยฐากรรม สิ่งเหล่านี้ช่วยกันบ่มจนในที่สุดเกิดสงครามกลางเมืองขึ้น ในปี ๑๙๙๑ ถึงปี ๒๐๐๐  ทุกวันนี้ หน่วยงานการกุศลทุกชนิด ยังคงให้ความช่วยเหลือ แก่ชาวเซียรา ลีโอเนียน จนติดนิสัย คิดไม่เป็น หรือ ไม่อยากจะคิด ซึ่งเป็นที่น่าเศร้าใจ และ มองไม่เห็นอนาคตของเค้า

 

ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานแย่มาก ไฟฟ้า แม้แต่ในส่วนราชการยังต้องมีเครื่องปั่นไฟไว้คอยสำรอง โทรศัพท์ไม่ต้องพูดถึง เพราะการสายโทรศัพท์น้อยมาก มือถือจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเค้า ขนส่งมวลชน น้อยมาก เห็นมีรถตู้ แต่ไม่มีป้ายบอก ต้องเป็นคนท้องถิ่นจึงจะใช้เป็น และมีแท็กซี่บ้าง น้ำมัน ก๊าซหุงต้ม ต้องนำเข้า คนที่เงินถึงจะได้ใช้ ราคาแพงมากๆ  ตึกรามบ้านช่อง ส่วนใหญ่ยัง บ่งบอกถึง สมัยเป็นโคโลเนียลของอังกฤษ มี บ้านเก่าแก่ให้ดูมากมาย แต่เสียดายขาดการบำรุงเนื่องจากความยากจน และรัฐไม่สนใจที่จะอนุรักษ์ คงจะปล่อยให้ผุเก่าไปตามกาลเวลา ยิ่งได้ยินว่ามีนักธุรกิจ อยากซื้อ แล้วรื้อทิ้งสร้างตึกสูงไว้ทำกำไร รู้สึกเสียดาย ข้าวของเครื่องใช้ รวมทั้งอาหาร ตามซูเปอร์มาเก็ต ต่างนำเข้าแทบทุกชนิด และ ส่วนใหญ่เป็นชาวเลบานอน ที่เข้ามาเพื่อกอบโกย ของหลายอย่างมาจากตะวันออกกลางที่คุณภาพกับราคาไม่สมดุลย์กัน อย่างว่าธุรกิจผูกขาด อยากตั้งราคาเท่าไรก็ได้ คนต่างชาติที่อยู่ที่นั่นส่วนใหญ่ได้เงินดี ก็คงไม่คิดอะไร แต่ก็มีอาสาหลายคนที่เดือดร้อนแบบพี่ พี่เคยไปที่พักของเลขาทูตอเมริกัน ความเป็นอยู่ของต่างชาติ กับคนท้องถิ่น ต่างกันราวฟ้ากับดิน

 

สภาพภูมิประเทศของเมืองฟรีทาวน์ ตั้งอยู่บนเขา ติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค ทำให้ได้ทัศนียภาพที่สวยมากๆ จากภูเขาหลายลูก กับทะเล มีป่าโกงกาง มีแม่น้ำผ่านเมือง ทุกครั้งที่เข้าเมือง จะได้เห็น แร้ง กับ Kite เยอะมาก น่าตื่นตาตื่นใจ   ระยะหลายปีผ่านมาจนถึงวันนี้ ได้มีการถางป่า เพื่อปลูกสิ่งก่อสร้างและบ้านเรือนเพิ่มสูงมาก ป่าหายไปอย่างไว เป็นที่น่าเสียดาย อัตราแลกเปลี่ยน ๑ เหรียญสหรัฐ ได้ ๓๐๐๐ ลีโอน ทุกครั้งที่ใช้เงินลีโอนพี่งงทุกที คิดเลขไม่เก่ง

 

 

Tacugama Chimpanzee Sanctuary

ผู้ก่อตั้งคือคุณ Bala Amaresekaran นักธุรกิจชาวศรีลังกา ที่ย้ายไปประเทศนี้มานาน๓๐กว่าปี แต่เริ่มสร้างSanctuary ในปี๑๙๙๕ รายละเอียด หาอ่านได้ที่ www.tacugama.com ทางการอนุมัติที่ดินในป่าบนเขา ให้ ๑๐๐ เอเคอร์ หรือ ๒๕๐ ไร่  ปัจจุบันมีชิมแปนซี ประมาณ ๙๐ ตัว  แบ่งเป็น ๕ ฝูง

 

ฝูงที่หนึ่ง  เป็นฝูงที่ เป็นผู้ใหญ่กัน มี alfa male และรองๆ, แม่และลูกเล็ก แต่หลังจากนี้ เค้าคุมกำเนิด โดยการฝังฮอร์โมน ดูพฤติกรรมกลุ่มนี้แล้วทึ่ง  การเมืองเยอะมาก คอยเช็คกันตลอดเวลา มีกี่ตัวไม่แน่ใจ เพราะส่วนใหญ่เค้าใช้ชีวิตในป่าลึก มองไม่เห็น แต่อยู่ในบริเวญที่ถูกล้อมด้วยรวดไฟฟ้า บริเวณใหญ่มากๆ ฝูงนี้ ไม่บังคับว่าต้องกลับมานอนในห้อง  ให้อาหาร ๕ มื้อ

 

ฝูงที่สอง เป็นอายุที่ยังไม่ถึงวันเจริญพันธุ์  มี ๒๖ ตัว มีตัวเมียเป็นจ่าฝูงคุม เพราะอาวุโสสุด และบุคลิคดีมากๆ แม่ตัวนี้ดูแลลูกฝูงดีมาก เป็นผู้นำที่เยี่ยมเลย  กลุ่มนี้ ตอนเย็นจะต้องเอาเข้ามานอนในห้องทุกตัว ให้อาหาร ๖ มื้อ

ฝูงที่สาม มี ๑๐ ตัว มีทั้งตัวใหญ่ เพราะเข้าฝูงที่หนึ่งไมได้ เลยมาคุมตัวเล็กที่อายุ ๔ ปี ถึง ๗ ปี กลุ่มนี้ รั้วไฟฟ้ามีบริเวณขนาดเล็ก และเป็นที่ให้ผู้เข้าชม ได้เห็นใกล้ที่สุด ตอนเย็นให้เข้านอนในห้อง ให้อาหาร ๖ มื้อ

ฝูงที่๔ กลุ่มนี้ อายุตั้งแต่ ปีเศษ ถึง ๔ ปี มี ๒๐ ตัว พวกนี้เข้านอนในห้องตอนเย็น ให้อาหาร ๗ มื้อ

ฝูงที่ ๕ เป็นกลุ่มที่อยู่กักดูโรค มี ๒ ตัว ให้อาหาร ๗ มื้อ

 

ที่นี่จะกักดูโรค ๓ เดือน  วันที่แรกเข้าจะตรวจพยาธิก่อนเลย  ถ้าแข็งแรงดี จะ GA และ ตรวจสุขภาพ ทำประวัติฟันด้วย  ตรวจทีบี เก็บเลือด ดูCBC ให้ วัคซีนกันบาดทะยัก ใช้ ๐.๕ ซีซี และ วัคซีนโปลิโอ

ระหว่างกักโรค จะมี GA ๓ ครั้ง  ซึ่งจะทำ ตรวจทีบี วัคซีน กันบาดทะยัก และ โปลิโอ  ตรวจเลือดจะทำครั้งที่๑ และ ๓   หมอโรซ่าเค้าจะทำ CBC เอง   ส่วนพี่ คืนอาจารย์ไปหมดแล้ว  แต่ถ้าจะดู Blood chemistry ส่งโรงพยาบาลคนได้ค่ะ

 

สิ่งก่อสร้างภายใน Sanctuary

บ้านพักหมอ,  บ้านพักอาสาสมัคร , โรงครัวซึ่ง เตรียมอาหารทั้งคน และชิมแปนซี , บ้านพักพนักงาน ซึ่งส่วนใหญ่ จะพักค้างที่นี่เลย ได้กลับบ้านอาทิตย์ละวัน , ร้านขายของที่ระลึก ห้องแล็บ ซึ่งรวมสต๊อคเวชภัณฑ์ ทุกอย่าง ห้องรักษาและผ่าตัดที่สำคัญ ส่วนใหญ่จะรักษากันที่ห้องนอนพวกเค้า, ตึก๒ ชั้น ที่ด้านบน ทำเป็นสำนักงาน และ ห้องนิทรรศการณ์ ให้ความรู้ผู้เข้าชม ส่วนด้านล่างเป็นห้องนอนของชิมแปนซีกลุ่มที่๑  , ห้องพัก หรือecolodge สำหรับหารายได้เข้า Sanctuary ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับ ชาวต่างชาติ และ มี ห้องล๊อคตัวเอง กรณีชิมแปนซีหลุด  มี ๒-๓ ห้อง

 

การหารายได้

เท่าที่ทราบ มีหน่วยงานด้านสัตว์ป่าทั่วโลกให้การสนับสนุน การบริจาคผ่านเวบ โครงการ อดอปชิมแปนซี , บ้านพักสำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อน, ขายของที่ระลึก, ผู้เข้าชม วันละ ๒ รอบ เท่านั้น และทุกครั้งต้องมีเจ้าหน้าที่ของเค้าติดตาม เพราะบริเวญกว้างใหญ่มากๆ

 

เคส

ช่วงเวลา ๓ เดือนที่พี่อยู่ ไม่มี ตัวใหม่เข้ามาเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมากๆ แต่พอพี่กลับได้เพียงอาทิตย์เดียว มีมาตั้ง ๔ เคส  เป็น เด็กๆ ๒ ตัว เด็กรุ่นอีกตัว และ วัยเจริญพันธุ์อีกตัว ตัวหลัง นี่ได้ข่าวว่าเจ้าของเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก พอโตแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไร เลยจับล่ามโซ่ที่คอนั่นแหละ มี๒ เคสที่พี่ ต้องคอยให้ยารักษาทีบี ทุกวัน พี่ไม่ได้คลุกคลีกับทีบี เท่าไร  แต่หมอโรซ่า เค้าเก่งมาก และปรึกษาหมอคนเยอะ  แล้วก็ ตัดสินใจใช้ตัวยาใหนบ้าง โด๊สเท่าไร พี่ไม่ได้เจาะลึก  มีชิมตัวหนึ่ง ให้ตัวยาตั้ง๔ ชนิดร่วมกันเลยนะ เป็นเพราะรักษามานาน แล้ว และหยุดไป พอเริ่มใหม่ก็เลยเอาหนักกว่าเดิม ตับก็จะพังเอาเสียก่อน แม่ตัวนี้ เค้าเรียบร้อยมาก เค้าถึงดิวที่จะต้องเช็คดูว่า การรักษาได้ผลมั้ย ก็โดย ต้องทำเอกซเรย์ ประสบการณ์สนุกมาก ที่นี่เค้ามีหมอคนที่ยอมให้ชิมแปนซีไปใช้เอกซเรย์ คลีนิคหมออยู่ในเมือง ขับรถ ๔๐ นาทีได้ กว่าจะได้วางยาแม่ตัวนี้ โดนกัก อดอาหาร ๔ หน ถึงได้  จนพี่ไม่พอใจ  เพราะ เค้าจะบอกเลื่อนตลอด มีเหตุตลอด จนพี่บอก คุณเอาให้แน่ๆไปเลยดีกว่า สงสารชิม ทั้งโดนอด น้ำ อาหารแล้ว ยังต้องเครียดที่โดนแยกจากฝูงอีก ไม่แฟร์กับชิม ในที่สุดก็ได้ฤกษ์  พี่เตรียม ลูกดอก และ คุณบาลา  ไปเป่า  แต่การจัดการเค้าดีมาก เค้าจะล่อให้ชิมเข้า ในห้องเล็กๆ และไม่เครียดเลย หลับดีมาก เช็คทุกอย่างไวๆแล้ว รีบขึ้นรถกระบะ ๒ ตอน พี่นั่งขนาบข้าง อีกข้างเป็นพี่เลี้ยงที่อาวุโส รู้จักชิมทุกตัว ด้วยความที่ถนนขรุขระมาก พี่ว่ามันเป็นการปลุกชิมอย่างดีที่สุดเลย พอถึง คลีนิคหมอ ชิมเค้าลุกนั่งเฉยเลย พี่ต้องให้ยาเพิ่มอย่างลุกลี้ลุกลน ไม่คิดว่าเค้าจะตื่นไว โชคดีเค้ารู้จักพี่เลี้ยงดี ก็ปลอบใจกันระหว่างรอพี่เตรียมยา   ก็หลับไปอีกรอบ ในที่สุดก็ได้เอกซเรย์ หมอบอกว่า ดูปอดแล้ว ดีขึ้น ให้รักษาต่อไป ขากลับ ต้องเติมยาอีก ระหว่างทาง   ระหว่างเดินทางพี่จะเช็ค อุณหภูมิ และ ใช้เครื่องเช็ค ชีพจร เป็นระยะๆ

 

เคสตัวที่๒ โชคดีมากที่สุดต้องขอยอมรับเลยว่า ถ้าไม่ได้แอนดรูอยู่ด้วยตัวนี้คงไม่รอด สายวันนั้น หลังฝนตกหนักมากๆ กำลังจะกินมันต้มกัน ซึ่งเป็นอาหารชิม ค่ะ แต่คนก็หยิบกินได้ วิทยุเข้าเครื่องมาอย่างร้อนใจ หมอมาดูนี่หน่อย ด่วนเลย พี่วิ่งแจ้นไปเลย และขอให้แอนดรูตามไปติดๆ พอไปถึง เจ้าชิม กลุ่มที่ ๓ อายุน่าจะ ๕ ปี นอนหงายผึ่ง มีใส้ไหล ตอนนั้นยังไม่ออกมามาก แอนดรูมาถึงพอดี พี่ขอให้เค้าเตรียมห้องผ่าตัด ส่วนพี่จะไปห้องยา  เอายาสลบก่อน พอทำลูกดอกได้แล้ว ให้พี่เลี้ยงไปเป่า แต่ไม่ทันคิดว่า หมอควรจะอยู่ที่นั้นด้วย เพราะ พี่พุ่งไปเตรียม หยูกยา เครื่องไม้เครื่องมือผ่าตัด ขณะที่แอนดรู เตรียมห้องผ่าตัด พอชิมมาถึงเตียง ไส้ออกมาขด กะประมาณ ได้ ๗๐ ซม  เฮ้ยทำไม ออกมามากกว่าเดิม ก็เลยน่าจะเป็นช่วงขนย้าย พี่เลี้ยงเค้า หิ้วปีก แทนที่จะมาแบบนอนมา  งานนี้ แอนดรูเป็นมือผ่าตัด ประสบการณ์ผ่าตัดพี่ ไม่มาก พี่ขอเป็นแอสซิสช่วย และหมอดมยา  พอ ตรวจดู ว่าไส้ออกมาจากใหน พยายามหล่อ น้ำเกลือตลอด ล้างเยอะๆ กลัวติดเชื้อ และพอดูรู ปรากฏว่า รู มันโผล่ที่ต้นขาด้านใน ที่ใกล้ inguinal canal พอยัดไส้กลับ ไส้มันไม่ยอมกลับ และลมในลำไส้เริ่มมากขึ้น ทำไงก็ไม่เข้า ถึงตอนนี้หมอๆ ลองคิดดูว่าจะทำอย่างไรต่อ

 

แอนดรู ตัดสินใจเปิด มิดไลน์ เลย คราวนี้ ต่วยอย่างพี่ก็ไปตามหาที่โกนขน แบตดันหมด ไม่ได้ชาร์ตไว้น่ะ เอามีดผ่าตัดเลยคมดี หลังจากนั้นก็ เปิด แผลใหม่ที่ท้อง พ่อคุณ ดันอาเจียน เฉยเลย ก็เพราะ เค้าพึ่งได้กินอาหาร มันต้มแหละค่ะ เอ้าหมอผ่าตัดหยุดค่ะ ขอเวลานอก พี่เอาหัวเค้าลงต่ำทันที และใช้ก๊อซ เช็ดอาหารที่อยู่ในปาก ออกให้หมด เค้าอาเจียนอีก ๒ หน และระหว่างผ่าตัดอุณหภูมิร่างกายต่ำด้วย ใช้ถุงมือใส่น้ำร้อน แล้ววางตามจุดสำคัญที่ตัวเค้า มีช่วงเวลาหนึ่งที่พี่แทบหมดหวังเพราะเค้าช็อคเหงือกม่วง ต้องให้ยาเข้าทางเส้นเลือดดำ พี่หาเส้นเลือดดำเค้าไม่เจอตั้งแต่แรกแล้ว ใช้เข็มปกติได ้แต่พอใช้ IV catheter ไม่ได้เลย พี่ลืมบอกไปว่า ช่วงที่ฝนตกหนักๆ พวกนี้เค้าวิ่งเล่นฝนกันสนุกสนาน พี่ยังนึกห่วงอยู่เลยว่าจะลื่นตกต้นไม้ กันบ้าง และก็จริง พ่อตัวนี้ลื่นตกลงมากระแทกตอไม้ พอดี หลังจากนั้น พี่เลี้ยงได้เข้าไปตัดยอดพวกนี้ทิ้งหมดเลย ใช้เวลาผ่าตัดกันทั้งหมด ประมาณ ๓ ชมได้  ให้แก้ปวดขนานแรง และให้ Amoxy Clav  ต่อกัน ๓ อาทิตย์ Meloxicam  ๑ อาทิตย์ และ Probiotic   พอผ่าตัดเสร็จ ก็ รอจนเค้าฟื้น ก็รู้สึกดีใจ ผ่านไปเปาะแรก แต่แอนดรูกังวลว่า เส้นเลือดที่เลี้ยงลำไส้โดนบิดอาจมีผลต่อลำไส้ นั่นคือถ้าลำไส้ไม่ทำงาน เค้าก็จะโชว์ท้องอืด และตายอย่างทรมาณ จำได้ว่า ไม่มี เพนโตบาร์บด้วย  แต่ก็คิดถึงการผ่าตัดลำไส้เช่นกัน เพราะ บาลา เค้ามี เพื่อนที่เป็นหมอคน ติดต่อได้

วันรุ่งขึ้น ไปดูเค้า เค้าดูดีขึ้น และได้วางยาเค้าอีกรอบ เพื่อเช็คแผลให้ละเอียด และซ่อมบางส่วน และ กินได้บ้างก็ดีใจแล้ว วันที่สอง นี่คึกแล้ว ขอกินโน่นนี่ แต่ก็ยังห่วงเรื่องติดเชื้อในช่องท้อง และแผลที่ขา เพราะแอนดรูเล่าว่า เย็บยากมาก เนื่องจาก แทบจับไม่ได้เลยว่า อะไรเป็นอะไร แต่ก็พยายามเย็บให้ดีที่สุด ก็กังวลว่าแผลที่ตรงนี้จะแตกด้วย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี  ทุกวันเฝ้ามองว่าเมื่อไรเค้าจะอึ เพื่อดูการทำงานของลำไส้  ปรากฏว่า อึช่วงแรกๆเป็นลักษณะ ยังย่อยไม่หมด แต่ ก็ปกติในที่สุด

 

เคสต่อมา เป็น บิ๊กบอย ขนาด ๕๐ กก โดน alpha male กัด ที่แขน เขาไม่ใช้แขนเลย และดูบวม พี่ก็รักษาทางยาไปก่อน เกือบ๒ อาทิตย์ พบว่ายังมีหนอง ซึมๆ ตลอด ก็เลย ต้องวางยา เช็คดู ให้กิน ไดอะซีแพม พรีเมด ก่อน ผลดีมากๆ เพราะเค้าหลับปุ๋ย ไม่เครียด ที่จะโดนยิงยาสลบ พี่เลี้ยงก็ยิงง่ายมาก ก็ทำแผล ปรากฏว่า รูลึกขนาด นิ้วครึ่งได้ พี่ก็ล้างแผลอย่างดีเลย ก็ยังไม่หายดี หมอโรซ่าต้องวางยา ทำแผลใหม่ อีกรอบ คราวนี้เปิดแผลกว้างเลย จะได้มีช่อง เดรนเต็มที่ พี่กลับก่อนเลยไม่ได้ดูแผลครั้งนี้

 

อีกเคส เท้าบวมเป่งมาเลย มีหนอง วางยา เปิดแผล แล้ว ทำความสะอาดอย่างดี หลายอาทิตย์ ผ่านไป พบว่า ยังมีอักเสบ หมอโรซ่า เอาตัวไป เอกซเร์ พบว่า กระดูกติดเชื้อ รักษาทางยาต่อ ก็หายปกติ ที่เหลือ ส่วนใหญ่ท้องเสีย จะตรวจอึทันทีเลย และไม่เคยพบไข่พยาธิ ส่วนใหญ่เกิดจากเครียด และ โปรโตซัวก็จะพบมากผิดปกติ การแก้ก็แก้ที่ อาหาร และ และ ให้ โปรไบโอติค และหวัดนี่ก็เป็นกันมากๆ แต่ก็ไม่เคยต้องให้ยาปฏิชีวนะเลย ให้วิตามิน หรือ แก้ไอ เท่านั้น

 

งานในแต่ละวัน

ตื่นแต่เช้า ไปดู สังเกตุ ชิม ช่วงเวลาเค้าให้กินนม ถ้ามีอะไรผิดปกติก็จะเห็นได้เร็ว และ ก็เข้าทานอาหารเช้า เนื่องจากเค้าให้อาหารหลายเวลา ในแต่ละวัน ทำให้มีเวลา หมุนเวียนไปดูชิม กลุ่มอื่นๆ ได้ทั้งวัน หรือ ไปดูพฤติกรรมชิม แต่ละฝูง ตอนไปใหม่ๆ เข้าใกล้ไม่ได้เลย บางตัวต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าเค้าจะยอมรับ บางตัว ร้ายมากๆ อาจเป็นเพราะ มีประสบการณ์ไม่ดีกับคน

 

พฤติกรรมชิมแปนซี น่าสนใจมากๆ และเป็นสัตว์ที่ใช้เสียงสื่อสารตลอดเวลา พี่เรียนรู้หลายเสียงแล้ว โดยเฉพาะ เวลาเค้าหัวเราะ หรือ ไม่พอใจ หรือ สงสัย เตือนภัย  เมื่อก่อนไม่เคยคิดอยากทำงานกับชิม เพราะรู้สึกว่า ก้าวร้าวมาก เสียงดัง แต่พอเข้าใจว่าเค้าสื่ออะไร จะสนุก และ ทึ่งในพฤติกรรมของชิมมากๆ เวลา จ่าฝูง เต้นโชว์พาวเวอร์ น่าทึ่งมากๆ

 

ที่นี่วางท่อน้ำ หลายกิโล เพื่อนำน้ำจากป่ามาใช้ พี่ก็ต้มน้ำทานก่อน แต่คนท้องถิ่นเค้าดื่มเลย ไฟฟ้า ต้องใช้ เครื่องปั่นไฟ บ้านอาสาสมัคร มีดวงไฟ๒ ดวง ในครัว กับ ห้องนั่งเล่น และเป็นไฟจาก พลังงานแสงอาทิตย์  อินเตอร์เน็ต ก็มี โดยใช้ เครื่องปั่นไฟเช่นกัน  พี่เตรียมยา Doxycycline ไปกันมาลาเรีย ปรากฏว่าที่ป่าแทบไม่เห็นยุงเลย แต่ที่เมืองกลับชุมมากๆ

 

ข้อมูลอื่นๆที่ขอเสริม คือ ขอชมว่า การจัดการที่นี่ ดีมาก มีระบบกักดูโรค ที่ดี นอกจากนี้ยังใช้ในคนด้วย พนักงานทุกคน จะต้องผ่านการ ตรวจ เช็ค ทีบี และ มีโปรแกรม ถ่ายพยาธิ ทั้งในคน ชิมแปนซี รวมทั้งวัคซีน   นอกจากจะสนับสนุนพนักงานของตัวเอง รวมไปถึง ครอบครัวของพนักงาน ยังได้ สนับสนุน ชุมชน หลายด้าน เพื่อชุมชนยั่งยืน สนับสนุนกันและกัน มี โปรแกรม ให้ความรู้ การอนุรักษ์ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม รวมถึง สนับสนุน ค่าใช้จ่ายให้นักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ใกล้เคียง ได้มาทัศนศึกษา และมีกิจกรรมปลูกฝังให้เข้าใจเรื่องการอนุรักษ์

เพราะปัจจุบัน ยังพบค่านิยม การกินเนื้อ ลิง หรือ ชิมแปนซี หรือ กอริลลา ที่มีความคิดว่ากินแล้วมีพลังดีแบบลิง ทำให้เกิดการล่า เอามาขาย แพงเท่าไรก็ยอมซื้อ ค่านิยมนี้เป็นปัญหาที่รุนแรงที่สุด

 

คงจะจบลงแค่นี้ อีก ๒วัน พี่กำลังจะไปอีกรอบ คราวนี้ ๒ เดือน พี่คงจะได้เข้ามาตอบภายในอีก ๒ เดือนนับจากนี้ค่ะ



          เมื่อวันที่ 1-5 กุมภาพันธ์ 2552  อ.น.สพ. ศิวะพงษ์ สังข์ประดิษฐ์ อาจารย์ภาควิชาพรีคลินิกและสัตวศาสตร์ประยุกต์ คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งปัจจุบันลาศึกษาต่อปริญญาเอก ในหลักสูตรสหสาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยทำวิจัยกับหน่วยวิจัยและปฏิบัติการโรคเท้าช้าง ได้รับรางวัล Global Health Travel Award จากองค์กร Keystone Symposia ของประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เข้าร่วมประชุมเรื่อง “Pathogenesis and Immune Regulation in Helminth Infectionsซึ่งจัดขึ้น ณ Granlibakken resort เมือง Tahoe รัฐ California โดยในงานประชุมดังกล่าว มีนักวิจัยที่ทำการศึกษาเรื่องระบบภูมิคุ้มกันต่อพยาธิภายในจากทั่วโลก มาร่วมประชุมประมาณ 130 คน ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ได้แก่

                ในอดีต การศึกษาพยาธิภายใน ได้มุ่งเน้นไปที่วงจรชีวิตของพยาธิ ซึ่งประกอบไปด้วย ระยะไข่พยาธิ ตัวอ่อนระยะต่างๆ ระยะตัวเต็มวัย โฮสต์กึ่งกลาง  (intermediate host) โฮสต์สุดท้าย (final หรือ definitive host และโฮสต์รังโรค (resevoir host)  ซึ่งในปัจจุบันได้นำความรู้ในอดีตดังกล่าว มาใช้ในการศึกษาระดับจีโนม การแสดงออกของยีนของพยาธิภายในระยะต่างๆ การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของโฮสต์ต่อการติดพยาธิภายในเพียงชนิดเดียว หรือร่วมกับการติดเชื้อร่วม (co-infection) ระหว่างพยาธิภายในกับแบคทีเรียหรือไวรัสชนิดต่างๆ ซึ่งนำไปสู่การควบคุมและป้องกันโรคพยาธิภายใน ในอนาคต การศึกษาจะได้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาวัคซีน โดยวัคซีนจะสามารถลดการติดพยาธิภายใน โดยสามารถยับยั้งการลอกคราบของระยะตัวอ่อน การเคลื่อนที่ของตัวอ่อนระยะติดต่อไปยังอวัยวะต่างๆของโฮสต์ และการพัฒนายาที่สามารถฆ่าพยาธิภายในบางชนิด เช่น พยาธิโรคเท้าช้าง ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มียาที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ในการทำลายระยะตัวเต็มวัย ซึ่งจะนำไปสู่การกำจัดโรคพยาธิภายในได้อย่างถาวร

                พยาธิภายในสามารถปล่อยสารที่เรียกว่า Excretory-Secretory product ซึ่งสามารถไปควบคุมและปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของโฮสต์ โดยมีผลทำให้เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการทำลายสิ่งแปลกปลอม ไม่สามารถกำจัดพยาธิภายในได้ พยาธิจึงมีชีวิตอยู่ในร่างกายของโฮสต์ได้เป็นเวลานานหลายปี พบว่าพยาธิสามารถปรับเปลี่ยนระบบภูมิคุ้มกันของโฮสต์ โดยไปเพิ่มการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว lymphocyte ชนิด  T helper 2 หรือ helper T lymphocyte subset 2 (Th2 subset) และ regulartory T lymphocyte (Treg) ทำให้เซลล์ดังกล่าวสร้างสารไซโตไคน์ (cytokine) ชนิดต่างๆที่ไปยับยั้งหรือลดการทำลายสิ่งแปลกปลอม นอกจากนี้การติดพยาธิภายในของคนหรือสัตว์ จะทำให้ระดับภูมิคุ้มกันที่จะเกิดขึ้นหลังจากการทำวัคซีนไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากพยาธิภายในไปยับยั้งหรือลดการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน ที่จะถูกกระตุ้นโดยแอนติเจนของวัคซีน

                อย่างไรก็ตาม ความรู้ดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ในการรักษาโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันชนิด autoimmune บางโรคเช่น โรคภูมิแพ้ โรคเบาหวานชนิด type I และโรค ulcerative colitis โดยมีการใช้พยาธิภายในระยะต่างๆหรือโปรตีนที่สกัดจากพยาธิภายใน ไปควบคุมให้ร่างกายโฮสต์มีการตอบสนองไปในทางเพิ่มการทำงานของเซลล์ในกลุ่ม Th2 และ Treg ซึ่งจะทำให้ลดอาการของโรคดังกล่าวได้ ตัวอย่างได้แก่

                                - การใช้ไข่ของพยาธิแส้ม้าชนิด Trichuris trichiura ในการรักษาโรค ulcerative colitis โดยผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นหลังจากได้รับไข่พยาธิโดยการกิน แต่ผู้ป่วยต้องได้รับการนัดมาตรวจลำไส้ใหญ่ โดยการส่องกล้องและเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อมาตรวจการอักเสบ รวมทั้งตรวจการแสดงออกของยีนของเซลล์ลำไส้ใหญ่ และปรับปริมาณไข่พยาธิที่จะให้ผู้ป่วยกินเพื่อควบคุมอาการ

                                - การใช้พยาธิตัวเต็มวัยชนิด Trichuris suis เพื่อใช้ในการรักษาโรค allergic rhinitis, asthma, multiple sclerosis, food allergy และ inflammatory bowel disease (IBD) ซึ่งประกอบด้วยสองกลุ่มอาการได้แก่ Crohn’s disease และ ulcerative colitis                                 

                                - การใช้โปรตีนที่เรียกว่า ES-62 ซึ่งเป็นสารที่ปล่อยออกมาจากพยาธิฟิลาเรีย ซึ่งมีฤทธิ์ต้านปฏิกิริยาการอักเสบ ได้ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคข้ออักเสบ โดยโปรตีนดังกล่าวสามารถยับยั้งการสร้างไซโตไคน์ชนิด tumor necrosis factor-alpha (TNF-a) ซึ่งผู้ป่วยข้ออักเสบจะมีการสร้างไซโตไคน์ชนิดนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ

                การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันของโฮสต์ต่อพยาธิภายในมีความซับซ้อนมาก โดยขณะที่มีการเคลื่อนที่ของตัวอ่อนหรือตัวเต็มวัยของพยาธิผ่านอวัยวะต่างๆของโฮสต์ แบคทีเรียชนิด normal flora ที่อยู่ในทางเดินอาหารจะสามารถเคลื่อนที่ไปตามทางที่พยาธิเคลื่อนที่ไปสู่อวัยวะอื่นได้ เซลล์บริเวณที่พยาธิเคลื่อนที่ผ่านจะมีการปล่อยสารต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันมายังบริเวณดังกล่าว เพื่อควบคุมการอักเสบและซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย จะเห็นได้ว่ายังมีคำถามวิจัยในเรื่องนี้อีกมากมายที่กำลังถูกหาคำตอบ

 

Posted in VetMed | No Comments »

   

เต่าทะเลที่พบในประเทศไทยมี 5 ชนิด คือ เต่าตนุ (Green turtle, Chelonia mydas) เต่ากระ (Hawksbill turtle, Eretmochyles imbricata) เต่ามะเฟือง (Leatherback turtle, Dermochelys coriacea) เต่าหัวฆ้อน (Loggerhead turtle, Caretta caretta) และเต่าหญ้า (Olive Ridley turtle, Lepidochelys olivacea) โดยจำนวนเต่าทะเลในประเทศไทยได้ลดลงอย่างรวดเร็วและเหลือน้อยมากในธรรมชาติ

 

เมื่อพูดถึงเต่าทะเล คนส่วนใหญ่มักจะคุ้นหูกันดีกับเต่ากระหรือไม่ก็เต่าตนุ แต่น้อยคนจะรู้จักกับเต่าหญ้า ซึ่งเป็นเต่าทะเลอีกชนิดหนึ่งที่พบได้น้อยมากในน่านน้าทะเลไทยในปัจจุบัน เต่าหญ้ามีสีกระดองออกสีเขียวคล้ายต้นหญ้าหรือเขียวมะกอก เลยถูกเรียกว่าเต่าหญ้านั่นเอง  สถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จังหวัดภูเก็ต (สวพ.ภูเก็ต) มีการเลี้ยงเต่าหญ้าพ่อแม่พันธุ์ไว้ในบ่อเลี้ยงโดยมีหาดทรายเทียมสร้างไว้ เพื่อให้แม่เต่าหญ้าขึ้นมาวางไข่ แต่สองสามปีที่ผ่านมาพบว่าแม่เต่าหญ้าไม่ขึ้นมาวางไข่อีกเลย ซึ่งแสดงว่าต้องเกิดปัญหาอะไรสักอย่าง โดยสาเหตุของการไม่ขึ้นมาวางไข่เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความไม่สมบูรณ์พันธุ์ของพ่อและแม่เต่าเอง, ปัจจัยเรื่องอาหาร, ปัจจัยเรื่องสภาพแวดล้อมเช่นปัญหาจากภาวะโลกร้อนทาให้เต่าเครียด เป็นต้น

Read the rest of this entry »

 

14. ร่วมตรวจสอบ  ประเมิน ให้ความเห็นต่อโครงการการจัดการ โครงการศึกษาวิจัย ที่เกี่ยวกับสัตว์ป่าในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และพื้นที่รอบอุทยานฯ หรือ พื้นที่อื่นๆ ของกรมอุทยานฯ

 

  • ในการทำงานกับสัตว์ป่า (รวมถึงการวิจัยสัตว์ป่า วิจัยพื้นที่ ) ที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับตัวสัตว์โดยตรง ควรได้รับความเห็นจากสัตวแพทย์ ว่าสัตว์จะต้องมีสวัสดิภาพ เป็นไปตามหลักสากลว่าด้วยสวัสดิภาพสัตว์ อันได้แก่ การปลอดจากความกลัว ความหิวโหย ความทุกขเวทนา ความเดือดร้อนทางกายภาพ ความเจ็บป่วย โรคภัย และการบาดเจ็บ
  • รวมถึงจะต้องสามารถให้ความเห็นในหลักการใช้สัตว์ในการทดลองที่จะใช้จำนวนน้อยที่สุด (อาจใช้ตัวแบบทางคณิตศาสตร์)
  • ในส่วนที่มีการทำงานกับสัตว์ เช่นการจับบังคับ การวางยาสลบ จะสามารถให้ความเห็นใน วิธีการได้ดี และอาจสนับสนุนในเรื่องการดึงข้อมูลตัวสัตว์ออกมาให้มากที่สุด เช่น การเก็บตัวอย่างเลือด เก็บตัวอย่างเซลล์
  • หากสัตว์ในการศึกษาวิจัยตาย อาจช่วยชันสูตรหาสาเหตุการตาย การดึงข้อมูลจากสัตว์ เพื่อประกอบในการศึกษาวิจัยได้อีกทางหนึ่ง

 

Read the rest of this entry »

 

10. เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงาน เช่น การจัดหาสถานที่ ยานพาหนะ อุปกรณ์ เครื่องมือ เวชภัณฑ์ รวมถึงการจัดการการใช้สิ่งต่างๆเหล่านั้น

  • เบื้องต้น ต้องดัดแปลง อาคารที่ได้รับจาก อุทยานฯ มาใช้เป็นคลินิก  ที่พักรักษาสัตว์  ในขั้นต่อไป อาจมองหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการตั้ง 1. คลินิก 2.ที่พักรักษาสัตว์ 3.ที่กักโรคสัตว์ถาวร 4.ห้องชันสูตรโรคสัตว์ 5. ที่พักสัตวแพทย์และผู้ช่วย6. สถานที่กำจัดซากและขยะติดเชื้อ
  • ยานพาหนะทางบก เพื่อนำสัตวแพทย์เข้าถึงตัวสัตว์ ยานพาหนะขนส่งสัตว์ และกรง ตามขนาดสัตว์ หรืออาจจัดหายานพาหนะทางอากาศได้ในอนาคต เช่น ร่มบิน เครื่อง ultra light
  • เวชภัณฑ์ อาจแบ่งประเภท ยาสลบ ยารักษา ยาทำแผล ยากิน ยาถ่ายพยาธิ อาหารลูกสัตว์ อาหารสัตว์ป่วย น้ำเกลือชนิดต่างๆ ซึ่งอาจได้มาจากการซื้อ ขอสนับสนุนบริษัท ห้างร้าน บริจาค โดยมีเก็บไว้ในคลังยา และบางส่วนอาจติดต่อหน่วยงานอื่นๆไว้เพื่อขอสนับสนุนตามกรณี เช่น น้ำเกลืออาจไม่ต้องสะสมไว้มาก แต่ต้องขอยืม จากโรงพยาบาล หรือขอซื้อจากบริษัทได้ภายใน 1 วัน
  • เครื่องมือ มีเครื่องมือจับบังคับสัตว์จากระยะไกล (ซึ่งต้องอยู่ในความดูแลของผู้รับผิดชอบ และฝึกแล้วเท่านั้น) เครื่องมือช่าง เพื่อประยุกต์ใช้อุปกรณ์ตามสถานการณ์ เครื่องมือให้แสงสว่าง เครื่องมือความอบอุ่น เครื่องมือเกี่ยวกับน้ำ  เครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่ควรมี เช่น กล้องจุลทรรศน์ ตู้เย็น ตู้แช่ ถังไนโตรเจนเหลว ตู้นึ่งฆ่าเชื้อเครื่องมือ เครื่องมือแพทย์ เช่น เข็ม ไซริงจ์ ท่อหลอดคอ เครื่องดมยาสลบ ถังออกซิเจน ตาชั่งสนาม ชุดเครื่องมือทำแผล ชุดเครื่องมือผ่าตัด เป็นต้น ซึ่งสัตวแพทย์จะทำแผนรายงานเสนอว่าต้องการอะไรเพิ่มเติม เพื่อเหตุผลอะไร เพื่อขอสนับสนุนเพิ่มในรายงานรายเดือน
  • การจัดการการใช้ ประกอบด้วยคู่มือจากบริษัท และคู่มือฉบับภาษาไทย คู่มือฉบับอ่านเร็วก่อนใช้งาน สมุดลงรายการผู้ใช้ ผู้บำรุงรักษา(ตามกำหนดเวลา)

 

Read the rest of this entry »

 

 

โดย อ.น.สพ.รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์   คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

 5. ร่วมจัดตั้ง บริหาร จัดการ ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ป่า (Wildlife Rescue Center)

  • งานแรกคือ ด้านพื้นที่คลินิกช่วยชีวิตสัตว์ป่า ทำ rescue center ที่มีน้ำ มีไฟ ทำเลที่ตั้งห่างจากผู้คน มีระบบบำบัดน้ำทิ้งติดเชื้อ มีรั้วรอบขอบชิด ในรายละเอียดคือ 1) ห้องปฏิบัติงานรักษา อาจรวมหรือแยกกับห้องผ่าตัด 2) ห้องผ่าซาก 3) บริเวณเลี้ยงสัตว์รักษาต่อเนื่องระยะยาว 4) บริเวณกักโรค (quarantine) 5) พื้นที่กำจัดซาก 6) ห้องเก็บรวบรวมตัวอย่าง อาจรวมกับห้องปฏิบัติการ 7) ห้องพักเจ้าหน้าที่เฝ้าสัตว์ข้ามคืน 8 ) ห้องเก็บเครื่องมือ เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ 9) โรงเก็บพาหนะ ของงาน และของส่วนตัว 10) สำนักงานสำหรับนั่งทำงานเอกสาร
  • จัดหาอุปกรณ์ เวชภัณฑ์ ในการรักษา ตรวจชันสูตร  ทำ list วางแผนจัดหา จัดซื้อ ทำที่เก็บ ทำคู่มือการใช้ในเครื่องมือที่ซับซ้อน เปราะบาง มีราคาแพง วางแผน supply ว่าจะต้องมีเท่าไร อะไรจะหาหยิบยืมได้จากหน่วยงานใกล้เคียง

Read the rest of this entry »

 

 

 

ข้อเสนอแนะแนวทางการทำงานสัตวแพทย์สัตว์ป่าในประเทศไทย (ตอนที่ 1)

โดย อ.น.สพ.รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

 

1.       สำรวจการระบาดของโรคในสัตว์ที่มีอยู่ประจำถิ่น : ทั้งที่อุบัติใหม่ หรือ อุบัติซ้ำ ชันสูตร และประเมินผลกระทบ ทำรายงานการจัดการ ควบคุม หรือ กำจัดโรค แล้วแต่กรณี ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และพื้นที่ข้างคียง

ความสำคัญ : โรคระบาดในสัตว์ป่าก่อให้เกิดผลกระทบหลายประการ การเจ็บป่วยและการตายของสัตว์ป่าเป็นสาเหตุให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง และอาจส่งผลสืบเนื่องต่อสมดุลนิเวศน์ของพื้นที่ หากโรคเกิดการระบาดมาสู่สัตว์เลี้ยง อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ยิ่งกว่านั้นหากโรคที่ระบาดเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนอาจส่งผลให้บุคลากรที่ทำงาน หรืออาศัยในพื้นที่เจ็บป่วย หรือเสียชีวิตได้ โรคระบาดอุบัติใหม่ หรือ อุบัติซ้ำในสัตว์ป่า มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจาก สาเหตุหลายประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม โดยมนุษย์หรือโดยธรรมชาติก็ตาม หรือ การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ เคลื่อนย้ายที่อาศัยของสัตว์ก่อโรค-อมโรค โดยมนุษย์หรือโดยธรรมชาติก็ตาม หรือ การกลายพันธุ์ของเชื้อก่อโรค และ ความสามารถในการค้นพบโรคที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ทำให้ปัจจุบันมีการค้นพบโรคระบาดในสัตว์ป่าขึ้นมามากอย่างผิดหูผิดตา ซึ่งการระบาดมักเกิดมาจากหลายสาเหตุร่วมกัน ทำให้ยากแก่การควบคุม

 

Read the rest of this entry »

Wildlife Disease Investigation and Control : How should we start? อ.น.สพ.รัฐพันธ์ พัฒนรังสรรค์ภาควิชาคลินิก และ สาธารณสุข, ศูนย์เฝ้าระวังฯ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลฝ่ายวิชาการ ชมรมสัตวแพทย์สัตว์ป่าและสวนสัตว์แห่งประเทศไทยเกริ่นนำที่ผมคิดจะเขียนบทความนี้ก็เพราะเห็นว่า ประเทศไทยของเรา มีพัฒนาการของกิจการสัตวแพทย์สัตว์ป่าและสวนสัตว์กันมาระดับหนึ่งแล้ว  เรามี เราทำได้ มากกว่าหลายๆประเทศในระดับเดียวกัน แต่เราก็ยังมีช่องว่างข้างหน้าให้ไปอีก Read the rest of this entry »

rabbiet1.jpg biology-and-mangement.pdfrabbit-eye-problem.pdfrabbit-gi-tract.pdfrabbit-respiratory-disease.pdfrabbit-skin-part.pdfrabbit-torticolis.pdf

 p112024511.jpgหลังจากที่ได้ติดตามและเฝ้าดูโครงการคืนละมั่งสู่ป่าไปมาเป็นเวลาช้านาน และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น…. ทีมหมอใหม่(หมาดๆ)ประจำกรมอุทยานฯอันประกอบไปด้วย หมอสาวๆร่างระหงคือพี่หมอเฟิร์น(เคี่ยว 6) พี่หมอเอ็ม(เคี่ยว 6) พี่หมอเอ๋(เคี่ยว 6) หมอหญิง(เคี่ยว 7) หมอเส (ไร้เคี่ยว) และหนู(เคี่ยว 7) กับหมอหนุ่มไฟแรงคือพี่หมอไวกิ้ง(เคี่ยว 6)และหมอสิน(ประธานเคี่ยว7) ก็ได้รับคำสั่งให้ไปทำงานโดยมิทันได้ตั้งตัว Read the rest of this entry »