ไปรีดน้ำเชื้อเต่าทะเลกันเถอะ… กับความสำเร็จรายแรกในประเทศไทย โดย MacfisH

February 4th 2009 | Posted by Nlin

เต่าทะเลที่พบในประเทศไทยมี 5 ชนิด คือ เต่าตนุ (Green turtle, Chelonia mydas) เต่ากระ (Hawksbill turtle, Eretmochyles imbricata) เต่ามะเฟือง (Leatherback turtle, Dermochelys coriacea) เต่าหัวฆ้อน (Loggerhead turtle, Caretta caretta) และเต่าหญ้า (Olive Ridley turtle, Lepidochelys olivacea) โดยจำนวนเต่าทะเลในประเทศไทยได้ลดลงอย่างรวดเร็วและเหลือน้อยมากในธรรมชาติ

 

เมื่อพูดถึงเต่าทะเล คนส่วนใหญ่มักจะคุ้นหูกันดีกับเต่ากระหรือไม่ก็เต่าตนุ แต่น้อยคนจะรู้จักกับเต่าหญ้า ซึ่งเป็นเต่าทะเลอีกชนิดหนึ่งที่พบได้น้อยมากในน่านน้าทะเลไทยในปัจจุบัน เต่าหญ้ามีสีกระดองออกสีเขียวคล้ายต้นหญ้าหรือเขียวมะกอก เลยถูกเรียกว่าเต่าหญ้านั่นเอง  สถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จังหวัดภูเก็ต (สวพ.ภูเก็ต) มีการเลี้ยงเต่าหญ้าพ่อแม่พันธุ์ไว้ในบ่อเลี้ยงโดยมีหาดทรายเทียมสร้างไว้ เพื่อให้แม่เต่าหญ้าขึ้นมาวางไข่ แต่สองสามปีที่ผ่านมาพบว่าแม่เต่าหญ้าไม่ขึ้นมาวางไข่อีกเลย ซึ่งแสดงว่าต้องเกิดปัญหาอะไรสักอย่าง โดยสาเหตุของการไม่ขึ้นมาวางไข่เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ความไม่สมบูรณ์พันธุ์ของพ่อและแม่เต่าเอง, ปัจจัยเรื่องอาหาร, ปัจจัยเรื่องสภาพแวดล้อมเช่นปัญหาจากภาวะโลกร้อนทาให้เต่าเครียด เป็นต้น

 พอดีตัวผมเองและเพื่อนรวมเป็น 5 คน เป็นนิสิตชั้นปีที่ 5 คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยปกติแล้วหลักสูตรสัตวแพทย์จะเรียน 6 ปีและก่อนจบทุกคนต้องทำปัญหาพิเศษหรือพูดง่าย ๆ คือทำงานวิจัยเล็ก ๆ นั่นเอง เรา 5 คนมีความสนใจด้านสัตว์ป่าโดยเฉพาะสัตว์ทะเลหายาก จึงตัดสินใจโทรศัพท์มาพูดคุยกับ นสพ.สนธยา มานะวัฒนา สัตวแพทย์ประจำ สวพ.ภูเก็ต ทางคุณหมอจึงเสนอให้ทำเกี่ยวกับน้ำเชื้อเต่า พวกเราเห็นว่าน่าสนใจดีจึงลงมติว่าทำเรื่องการรีดเก็บน้ำเชื้อและประเมินคุณภาพน้ำเชื้อในเต่าหญ้าด้วยวิธีกระตุ้นด้วย ไฟฟ้านี่แหละ โดยปกติแล้วการรีดเก็บน้ำเชื้อด้วยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้านี้นิยมใช้กับสัตว์บก ทั่วไปและสัตว์หายากใกล้สูญพันธุ์ เช่น หมีแพนด้า เก้ง เสือไฟ นกกระเรียน เป็นต้น ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อตัวสัตว์ ดังนั้นเมื่อได้หัวข้อแล้ว ก็ต้องไปปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาทั้งสองท่าน คือ รศ.สพญ.ดร.เกษกนก ศิรินฤมิตร ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นสพ.ดร.พรชัย สัญฐิติเสรี ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิก สัตว์ใหญ่และสัตว์ป่าคณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นต้องไปค้นหาข้อมูลจากบทความงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร ว่ามีคนเคยทำหรือยัง ค้นไปค้นมา ก็เจออยู่แค่ 2 ฉบับ ซึ่งเคยรีดเก็บน้ำเชื้อในเต่าตนุด้วยวิธีเดียวกัน เมื่อปี ค.ศ.1980 และ 1982 ส่วนเต่าหญ้ายังไม่มีคนทำ (ตอนนั้นคิดในใจถ้าทำได้จะเป็นรายแรกในโลกเชียว!) เลยนำงานวิจัยนั้นมาอ่านและศึกษา ค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติม ปรึกษาอาจารย์หลายต่อหลายท่าน เมื่อข้อมูลพร้อม ก็เตรียมอุปกรณ์ เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็ออกเดินทางไปภูเก็ตในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาครับ… Let’s go to PHUKET !!!

 

เมื่อถึง สวพ.ภูเก็ต มีเต่าหญ้าเพศผู้จำนวน 6 ตัว ก็เริ่มลงมือเลย ตอนแรกก็ทำตามวิธีที่ค้นหามาได้ แต่สุดท้ายก็รีดไม่ได้ จึงต้องมีการปรับเปลี่ยน ลองผิดลองถูก ผ่านการระดมสมองอย่างหนักหน่วง จนในที่สุดก็รีดน้ำำเชื้อสำเร็จด้วยวิธีของเราเอง น้ำตาแทบไหลเพราะไม่เคยคิดเลยว่าความคิดเล็ก ๆ ของนิสิตปริญญาตรีอย่างพวกเราจะทำได้ และก็เป็นรายแรกในประเทศไทยและในโลกเลย :)

ขั้นตอนของการรีดน้าเชื้อนั้น ก่อนอื่นต้องนำเต่ามาบันทึกข้อมูลพื้นฐานเช่น น้ำหนัก อายุ หมายเลขไมโครชิพ ขนาดกระดอง เป็นต้น จากนั้นฉีดยา Ketamine HCl เข้ากล้ามเนื้อให้เต่ามีอาการซึมเพื่อให้ง่ายต่อการบังคับเต่าระหว่างการรีด เราจะใช้เครื่องกระตุ้นด้วยไฟฟ้าหรือเรียกว่า Electroejaculator ประกอบด้วยสองส่วน คือส่วนแรกเป็นตัวแปลงไฟ ทำหน้าที่แปลงความต่างศักย์ไฟฟ้าจากที่ใช้ตามบ้านคือ 220 โวลต์ แปลงมาเป็น 2-6 โวลต์ ซึ่งถือว่าต่ำมาก ไม่เป็นอันตรายต่อตัวสัตว์ ส่วนที่สองคือแท่งนำกระแสไฟฟ้า มีลักษณะเป็นแท่งที่ทำด้วยพวกพลาสติก ส่วนตรงปลายจะมีโลหะวางแปะอยู่เพื่อนำกระแสไฟฟ้าไปยังตัวเต่า เราจะทำการสอดแท่งนำกระแสไฟฟ้านี้ผ่านช่องเปิดทวารร่วม (Cloaca) เข้ายังลำไส้ส่วนปลาย (Rectum) เพื่อให้กระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นยังตำแหน่งของอัณฑะซึ่งอยู่ภายในตัวเต่า (เต่ามีอัณฑะอยู่ในลำตัวคล้ายช้าง ซึ่งต่างจากสัตว์ทั่วไปเช่น คน สุนัข แมว เป็นต้นที่อัณฑะอยู่ภายนอกลำตัว) โดยปล่อยความต่างศักย์ไฟฟ้าขนาด 2-6 โวลต์เป็นจังหวะ โดยใช้เวลากระตุ้นไม่เกิน 10 นาทีต่อการกระตุ้นหนึ่งครั้ง โดยระหว่างการกระตุ้นพบว่ามีน้ำเชื้อไหลออกมาเป็นระยะ ปกติ ลึงค์ (Penis) เต่าจะอยู่ในลำตัว และโผล่ออกมาผ่านช่องเปิดทวารร่วม ซึ่งเป็นช่องเดียวกับที่เราสอดแท่งนากระแสไฟฟ้าเข้าไป ลึงค์ของเต่ามีลักษณะเป็นแท่งยาวและมีร่องตลอดความยาวของลึงค์เรียกว่า Dorsal sulcus หรือ Urethral groove ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำเชื้อ โดยพบว่าระหว่างการกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า ลึงค์จะโผล่ออกมาจากช่องเปิดทวารร่วมแต่ยังไม่แข็งตัว เมื่อกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้าเสร็จต้องกระตุ้นด้วยมือต่อ โดยลูบบริเวณโคนหางขึ้นลงช้า ๆ จะพบว่าลึงค์จะแข็งตัวขึ้นจากการคั่งของเลือดนั่นเอง และน้ำเชื้อจะไหลออกมาเรื่อย ๆ และนี่ก็เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นลึงค์เต่า (ใหญ่มาก…ถึงกับตะลึง!)น้ำเชื้อที่ได้มีลักษณะขาวขุ่นและหนืดมาก มีปริมาตรเฉลี่ยคือหนึ่งซีซี นำไปประเมินการเคลื่อนที่ของอสุจิทันทีว่าว่ายดีหรือไม่ ด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์ จากนั้นนำไปนับความเข้มข้นอสุจิว่ามีจำนวนกี่ล้านตัวต่อหนึ่งซีซี ซึ่งครั้งนี้พบว่ามีค่าเฉลี่ยที่ 67.3 ล้านตัวต่อซีซี และนำไปตรวจคุณภาพน้ำเชื้อทางห้องปฏิบัติการด้วยการย้อมสี เพื่อดูว่า อสุจิมีรูปร่างที่ผิดปกติหรือไม่เช่น หัวขาด หางงอ หางพันกัน เป็นต้น ซึ่งการย้อมสีเราอ้างอิงจากที่นิยมใช้ในสัตว์ทั่วไป แต่ในเต่าทะเลกลับไม่สามารถย้อมสีใด ๆ ได้เลย เพราะอสุจิเต่าทะเลนั้นค่อนข้าง sensitive มาก ดังนั้นจึงยังไม่มีสีย้อมใด ๆ ที่ให้ผลที่น่าพอใจต่อการตรวจรูปร่างอสุจิของเต่าหญ้าในครั้งนี้ จากการส่องกล้องดูน้ำเชื้อสด พบว่ารูปร่างอสุจิของเต่าหญ้าประกอบด้วยสามส่วนคือ ส่วนหัว เป็นที่บรรจุสารพันธุกรรมไว้ผสมกับไข่ของตัวเมีย ส่วนกลางตัว ทำหน้าที่สร้างพลังงานให้แก่อสุจิเพื่อใช้ในการเคลื่อนที่ และส่วนหาง ทำหน้าที่ในการว่ายน้า แต่ที่แตกต่างจากสัตว์อื่นคือ ตรงส่วนหัวจะเรียวเล็กลง มองดูคล้ายรูปพริก ทำให้เวลาว่ายน้าจะว่ายแบบควงสว่านเป็นเกลียว ต่างจากสัตว์ชนิดอื่นเช่น สุนัขหรือวัวที่ส่วนหัวมีลักษณะกลมมน

 

ประโยชน์ที่ได้รับจากความสาเร็จของการรีดเก็บน้าเชื้อจากเต่าหญ้าในครั้งนี้ คือ เป็นข้อมูลพื้นฐานเรื่องน้ำเชื้อของเต่าหญ้า และเป็นจุดเริ่มต้น เป็นก้าวเล็ก ๆ แต่เป็นก้าวที่สาคัญที่เปิดประตูเพื่อก้าวต่อไป เพื่อต่อยอดทางการศึกษาเรื่องน้ำเชื้อเต่าต่าง ๆ เช่น ใช้วัดประสิทธิภาพระบบสืบพันธุ์ของเต่าตัวผู้แต่ละตัว เพื่อวางแผนการจัดการในที่เลี้ยงในบ่อพ่อแม่พันธุ์

  •  เพื่อศึกษาโครงสร้างของอสุจิในระดับเซลล์วิทยา เช่น การศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน หรือ Electromicroscope จะทำให้เราเห็นโครงสร้างของอสุจิในระดับเซลล์ที่ละเอียดมากกว่านี้
  • การทำน้ำเชื้อแช่แข็ง หรือ Frozen semen โดยเราสามารถเก็บน้ำเชื้อไว้ได้เป็นเวลาหลายสิบปี ไว้เก็บน้ำเชื้อที่มีอสุจิแข็งแรง เมื่อต้องการใช้เมื่อไหร่ก็แค่นำมาละลายก็จะเหมือนเดิม ซึ่งคล้าย ๆ กับในคนที่มีการเก็บน้ำเชื้อแช่แข็งเหมือนกัน
  • เพื่อเพิ่มอัตราการผสมติดและเพิ่มความหลายหลายทางพันธุกรรม ทำให้ลดการผสมเลือดชิด (Inbreeding) คือเต่าที่เลี้ยงในบ่อนั้นมีโอกาสจะผสมกันในครอบครัวได้ ทำให้ได้ลูกเต่าที่อ่อนแอ ดังนั้นสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้เช่น พอรีดน้ำเชื้อเต่าที่ภูเก็ต ก็นำน้ำเชื้อขึ้นเครื่องบินไปผสมให้แม่เต่าที่เลี้ยงที่สถานีอนุรักษ์พันธุ์ เต่าทะเล เกาะมันใน จังหวัดระยอง ทำให้มีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากขึ้น
  • ปัญหาแนวโน้มการสูญพันธุ์ของเต่าทะเลหายากทั้ง 5 ชนิด ทำให้นักวิชาการกำลังพยายามหา วิธีการผสมเทียม หรือ Artificial insemination” เต่าเพื่ออนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ให้จำนวนประชากรเต่าทะเลเพิ่มขึ้น แต่อย่างไร ก็ดีเต่าทะเลยังคงมีผู้ศึกษาไม่มากนัก ดังนั้นข้อมูลพื้นฐานของตัวผู้และตัวเมียจึงมีความจำเป็นเพื่อนำมาประกอบการ ศึกษาการผสมเทียม ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งจนกว่าจะมีความพร้อมมากกว่านี้ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่ สามารถผสมเทียมเต่าทะเลได้ในอนาคต

 

ขอขอบคุณ

กองทุนพัฒนานิสิต คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

รศ.สพญ.ดร.เกษกนก ศิรินฤมิตร ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

นสพ.ดร.พรชัย สัญฐิติเสรี ภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์ใหญ่และสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร

นสพ.สนธยา มานะวัฒนา สัตวแพทย์ประจ้าหน่วยสัตว์ทะเลหายาก สวพ.ภูเก็ต

สถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จังหวัดภูเก็ต (Phuket Marine Biological Center)

สถานีอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลเกาะมันใน, ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อ่าวไทยฝั่งตะวันออก จังหวัดระยอง

พี่นักวิทยาศาสตร์ที่ช่วยเตรียมอุปกรณ์และให้คำปรึกษา

และสมาชิกกลุ่มปัญหาพิเศษของผม ที่ทำงานกันอย่างแข็งขัน จนเกิดความสำเร็จในครั้งนี้… ขอบคุณครับ ^

 

5 Responses to “ไปรีดน้ำเชื้อเต่าทะเลกันเถอะ… กับความสำเร็จรายแรกในประเทศไทย โดย MacfisH”

เด็กนวล | February 7th, 2009 at 1:59 am
commenter

ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จครับ
ดูรูปและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ link นี้ครับ

http://www.siamensis.org/board/8529.html

http://elib.fisheries.go.th/nifi-lib/ver1.7/misc/viewintn.asp?Ifmfn=/LIBCAB/DRAWERS/ARTICLE/DATA0007/00007701.PDF

commenter

ขอบคุณค่ะ สำหรับลิงค์ พยายามเอารูปลงอยู่ แต่ยังทำไม่เป็น ขอโทษด้วยนะคะ

เด็กนวล | February 8th, 2009 at 6:36 am
commenter

commenter

ทำได้แล้วครับ
http://www.ch7.com/news/news_thailand_detail.aspx?c=2&p=6&d=27538
Frozen semen …. ต่อไปก็ค้นหาการผสมเทียมต่อไป

Leave a Reply:

Name (required):
Mail (will not be published) (required):
Website:
Comment (required):

Related Posts

จะทำเช่นไร หากไปเจอ”กระเบน”

ในปัจจุบันมีผู้สนใจเริ่มเลี้ยงกระเบนกันมากขึ้น แน่นอนว่าหลายๆท่านอาจจะคุ้นชื่อกระเบนโมโตโร่ (Potamotrygon motoro) [...]

โรคจุดขาวในปลาทะเล (ตอน 2)

     ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงโรคจุดขาวที่เกิดจากเชื้อ Cryptocaryon irritans (marine ich หรือ white spot disease) ไปแล้ว คราวนี้จะกล่าวถึง marine ich [...]

โรคจุดขาวในปลาทะเล

              เมื่อพูดถึงกลุ่มโรคจุดขาวในปลาทะเล จะประกอบไปด้วยเชื้อที่ทำให้เกิดโรค คือ Cryptocaryon irritans (marine ich หรือ white spot disease), Amyloodinium ocellatum (velvet [...]

ระเบิดปลาวาฬให้แหลกเป็นจุล

  ระเบิดปลาวาฬ "จะบ้าหรือ" ผมคิดในใจ "หรือว่าจะเป็นวิธีการล่าวาฬแบบใหม่ แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ [...]
Copyright © 2010 ZWVST ZooWildlifeVet. Brought to you by online casinos. Sponsored by: Online Bingo | Free Bingo