อ่านชื่อเรื่องแล้วหลาย ๆ ท่านอาจจะมีข้อสงสัยว่า
…แล้วทำไมเราไม่ปล่อยให้สัตว์ป่าอยู่ไปตามธรรมชาติของเค้าไป เราจะไปจัดการอะไรต่าง ๆ กับสัตว์ป่าเค้าทำไม
…สัตว์ป่าที่เป็นสัตว์ป่าในธรรมชาตินี้เราจะต้องมีการจัดการด้วยเหรอ ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถจัดการเฉพาะกับสัตว์ป่าในสวนสัตว์หรือสภาพการเลี้ยงได้เท่านั้นเหรอ


เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสัตว์ป่านั้นมีความสำคัญมากมายหลายประการ หลาย ๆ แง่มุม หลาย ๆ ด้าน อาทิเช่น ความสำคัญต่อระบบนิเวศ แบบที่เราได้ร่ำเรียนเรื่องห่วงโซ่และสายใยอาหารตั้งแต่สมัยประถมศึกษากันแล้ว นั่นแหละครับมันเป็นแบบนั้นจริง ๆ สัตว์ขนาดเล็กอย่างแมลงที่นำพาละอองเกสรจากต้นไม้หนึ่งไปอีกต้นไม้หนึ่ง นกจับแมลงก็เป็นตัวควบคุมประชากรของแมลงไม่ให้มีมากจนก่อความวุ่นวายต่อธรรมชาติ นกอีกหลาย ๆ ชนิดยังนำพาเมล็ดพรรณไม้ให้แพร่กระจายไปในพื้นที่ที่ห่างไกลออกไป รวมถึงสัตว์ป่าจำพวกกวางและวัวป่า กระทิง ที่คอยแทะเล็มหญ้า ใช้ลิ้นตวัดเกี่ยวไม้พุ่ม ผลหมากรากไม้และคอยขับถ่ายเอาปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์พืช เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการคงสภาพป่าไว้ดั้งเดิม สัตว์ป่าเค้าไม่ได้ทำลายระบบนิเวศนี้ไปเลย สัตว์ป่าเค้าทั้งเก็บเกี่ยวอาหารไปกินและปลูกทดแทนไป ณ ขณะเดียวกัน แม้กระทั่งสัตว์ผู้ล่าอย่างเสือดาว เสือโคร่งก็ล่าสัตว์ชนิดอื่นกินแค่เพียงเพื่อให้ชีวิตอยู่รอดได้เท่านั้น แถมยังเป็นการควบคุมขนาดประชากรของสัตว์กินพืชไม่ให้มีมากเกินไปจนล้นป่า อีกทั้งยังมีพญาแร้งที่คอยกินซากสัตว์ ที่กล่าวมานี้คงเป็นเพียงการยกตัวอย่างบางกลุ่มสัตว์ บางความสำคัญที่สัตว์ป่ามีต่อระบบนิเวศ ความสำคัญของสัตว์ป่ายังมีอีกนานาประการไม่อาจกล่าวได้หมด แต่โดยสรุปแล้วอาจกล่าวได้ว่า “สัตว์ป่าช่วยให้ระบบนิเวศอยู่ในจุดสมดุล”

“…แล้วทำไมเราไม่ปล่อยให้สัตว์ป่าอยู่ไปตามธรรมชาติของเค้าไป เราจะไปจัดการอะไรต่าง ๆ กับสัตว์ป่าเค้าทำไม”
จากคำถามข้างต้น…หากย้อนเวลากลับไปสมัยก่อน ณ ขณะที่ระบบนิเวศอยู่ในจุดสมดุลนั้นเราก็ควรจะปล่อยให้สัตว์ป่าอยู่ในป่าธรรมชาติ อยู่ในระบบนิเวศโดยที่เราไม่ต้องเข้าไปข้องเกี่ยวแต่อย่างใด แต่เมื่อมีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่เรียกตัวเองว่าสัตว์ประเสริฐหรือ “มนุษย์” ได้วิวัฒนาการให้ฉลาดมากขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับเพิ่มความเห็นแก่ตัวมากขึ้นโดยที่ไม่สนใจถึงความทุกข์ยากของสัตว์เดรัจฉาน ทั้งการไล่ล่า ฆ่าฟัน ยิง โดยอาวุธที่ทันสมัยมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อการได้มาที่มากเกินความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตและไม่รู้จักพอ อีกทั้งการเพิ่มขนาดประชากรมนุษย์อย่างรวดเร็วจนต้องเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำมาหากิน สร้างตึกรามบ้านช่อง ถางป่าทำไร่ ทำนา ทำสวน สร้างโรงงานอุตสาหรรม สร้างถนนตัดผ่านป่าเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เรียกว่า “เงิน” แต่มีน้อยคนนักที่จะมองเห็นในมุมมองของระบบนิเวศและธรรมชาติ ประชากรของสัตว์ป่าลดลงอย่างรวดเร็ว หลายชนิดพันธุ์หายไปจากธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า “การสูญพันธุ์”
เป็นที่แน่นอนว่าเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไป ณ จุดสมดุลของระบบนิเวศนั้นได้ เราจึงควรที่จะต้องมีกระบวนการอะไรบางอย่างมาช่วยชะลอให้ระบบนิเวศที่มีอยู่นี้ให้ยังคงอยู่ต่อไป หรือ เสียสมดุลให้น้อยลงและช้าที่สุด การเข้าไปจัดการสัตว์ป่าในธรรมชาติอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญที่นักจัดการสัตว์ป่า (Wildlifer) และนักอนุรักษ์ให้ความสำคัญและพยายามที่จะรักษาประชากร ชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าที่ยังมีอยู่ให้คงไว้ และพยายามที่จะคืนสัตว์ป่าที่สูญพันธุ์จากธรรมชาติแต่ยังมีอยู่ในสภาพการเพาะเลี้ยงกลับคืนสู่ธรรมชาติ อย่าง นกกระเรียน และละมั่ง เป็นต้น

“…สัตว์ป่าที่เป็นสัตว์ป่าในธรรมชาตินี้เราจะต้องมีการจัดการด้วยเหรอ ไม่ใช่ว่าเราจะสามารถจัดการเฉพาะกับสัตว์ป่าในสวนสัตว์หรือสภาพการเลี้ยงได้เท่านั้นเหรอ”
ในเรื่องของการจัดการสัตว์ป่าในธรรมชาติหลัก ๆ แบ่งเป็น 2 แบบ อย่างแรกคือการจัดการกับสัตว์ป่าโดยตรง เริ่มตั้งแต่การสำรวจประชากร ศึกษาพฤติกรรม ชีววิทยา นิเวศวิทยา และนำมาจัดการวางแผนเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่า รวมถึงการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ การจัดการสัตว์ป่าในธรรมชาติอีกอย่างคือ การจัดการถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่า เช่น การป้องกันพื้นที่ การสร้างแนวเชื่อมต่อของสัตว์ป่า การใช้ไฟชิงเผาเพื่อให้คงสภาพชนิดป่าเดิมและเพิ่มหญ้าระบัด การเสริมแหล่งโป่งแหล่งน้ำ เป็นต้น
สำหรับตอนที่ 0 (“การจัดการสัตว์ป่าในธรรมชาติ” คืออะไร สำคัญอย่างไร) คงเป็นบทเกริ่นเริ่มต้นก่อนนะครับ ในรายละเอียดต่าง ๆ ก็จะเอามาให้อ่านกันใหม่ เนื้อหาก็จะเป็นเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดการสัตว์ป่าในธรรมชาติ ทั้งจากตำรับตำราของอาจารย์หลาย ๆ ท่าน รวมกับประสบการณ์บางส่วนที่ผู้เขียนได้สัมผัสโดยตรง
กิตติกรรมประกาศ
(ตอนที่ 0 นี้ไม่มีเอกสารอ้างอิงแต่อย่างใด จึงขอเขียนเป็นกิตติกรรมประกาศแล้วกันนะครับ)
ขอขอบคุณครอบครัวของผมเอง
โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Envirovet Summer Institute, Wildlife and ecosystem health program
สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
ส่วนอนุรักษ์ วิจัย และการศึกษา องค์การสวนสัตว์
ขอบคุณทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ คน ที่เข้ามาในชีวิตและทำให้เกิดความคิดแบบนี้ และเกิดบทความเรื่องนี้ขึ้นมา
เรื่องและภาพโดย ARMminiVET




Leave a Reply: