เรื่อง Carnivore สัตว์กินเนื้อ ที่ไม่ได้กินแต่เนื้อ

January 1st 2010 | Posted by dayajung

              ตามความหมายของคำว่า “ Carnivore “ นั้น มีความหมายว่า Meat-eater ที่แปลตรง ๆ ตัว คือ สัตว์ที่กินเนื้อ แต่ถ้ามองให้ครบถ้วนตามลำดับการจัดอนุกรมวิธานของ อันดับสัตว์กินเนื้อ (Oder Carnivora) ยังประกอบไปด้วยสัตว์หลากชนิด ที่มิได้ดำรงชีพด้วยการบริโภคเนื้อสัตว์ด้วยกันเพียงแต่อย่างเดียว สัตว์กินเนื้อเหล่านี้ ยังสามารถบริโภคพืชไปได้พร้อม ๆ กันด้วย (Omnivore = กินได้ทั้งพืชและสัตว์) ไม่ว่าจะเป็นหมีตัวใหญ่สีขาวดำน่ารักน่ากอดยอดฮิต (Giant panda) ที่รู้จักกันดี นั่นก็จัดอยู่ในตระกูลหมี (Family Ursidae) ที่กินไผ่เป็นอาหารหลัก มากกว่าที่จะกินเนื้อสัตว์ เหมือนบรรดาเพื่อน ๆ หมีในตระกูลเดียวกัน เช่น หมีขาวขั้วโลก (Polar bear) ซึ่งเมื่อลองพิจารณาดูแล้ว การที่จะเป็นสัตว์กินเนื้อได้นั้น คุณสมบัติที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การเป็นผู้ล่า (Predator) ซึ่งจะทำการล่าเหยื่อ เพื่อให้ได้เนื้อเหยื่อมากิน แต่ถ้าสัตว์ที่จัดเข้ามาอยู่ในอันดับของสัตว์กินเนื้อ จำเป็นต้องล่าเหยื่อเพื่อกินแต่เนื้อสัตว์เพียงอย่างเดียว เห็นทีว่า สัตว์ป่าหลายชนิดในโลกคงต้องสูญพันธุ์ เพราะโดนสัตว์กินเนื้อเหล่านี้ แน่ๆ อาจด้วยเหตุนี้เอง สัตว์หลาย ๆ ชนิดในอันดับสัตว์กินเนื้อ จึงมีวิวัฒนาการเพื่อการอยู่รอด เปลี่ยนแปลงจากการที่กระเพาะอาหารย่อยแต่เนื้อสัตว์อย่างเดียว ปรับสภาพการทำงานในกระเพาะอาหารให้พร้อมรับสำหรับการย่อยได้ทั้งพืชและเนื้อสัตว์ ดังนั้นคุณลักษณะของการเป็นสัตว์กินเนื้อ ที่ต้องล่า จึงต้องมี เขี้ยวเล็บที่สำคัญ ในอันดับสัตว์กินเนื้อจึงมีลักษณะที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ Carnassials teeth เป็นการเรียกลักษณะของฟันกรามน้อยด้านบนตรงซี่ที่ 4 สบกับฟันกรามใหญ่ด้านล่างซี่แรก ทำให้เกิดเป็นลักษณะคล้ายใบมีด ช่วยในการตัด ฉีกเนื้อให้ขาดจากกันโดยง่าย

                บรรดาตระกูลสัตว์ทั้งหลายในอันดับสัตว์กินเนื้อ (Order Carnivora) นี้ ถ้าแบ่งตามตำราและหลักอนุกรมวิธาน ที่มีการค้นพบหลักฐานใหม่ ๆ ทุกวัน อาจนำพามาซึ่งความปวดหัว และซับซ้อนเป็นอย่างมาก ในที่นี้จึงบอกเล่าตระกูลใหญ่ๆ ให้ได้รู้จักกัน อันได้แก่

  1. Cat family สัตว์ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี ได้แก่ สัตว์ตระกูลแมวทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เสือโคร่ง สิงโต เสือดาว เสือดาวหิมะ แมวดาว แมวป่าหัวแบน เสือไฟ เสือชีต้า เสือปลา แมวลายหินอ่อน เสือลายเมฆ เสือจากัวร์ เป็นที่แน่นอนว่าแมวที่น่ารักเหล่านี้ ย่อมกินเนื้อเป็นอาหารหลัก แต่มีหลายสวนสัตว์ที่สนับสนุนว่า การที่แมวตัวโต ๆ นี้ได้รับการกินหญ้าสดกินเล่น ๆ บ้างสัปดาห์ละครั้ง จะส่งผลดีต่อระบบทางเดินอาหาร
  2. 9

  3. Dog family ในตระกูลนี้ คงไม่ต้องสาธยายกันมาก หน้าตา ท่าทางย่อมชี้ชัดอยู่แล้วว่า ไม่ต่างอะไรกับสุนัขที่เราเลี้ยงกันอยู่ตามบ้าน เพราะจากประวัติของสุนัขเลี้ยงอันยาวนานนั้น ตั้งแต่สมัยมนุษย์ยุคแรก ๆ ประมาณ 10,000-15,000 ปี ได้เป็นสุนัขป่ามาก่อน (มีงานวิจัยค้นพบว่า ต้นสายของสุนัขเลี้ยงมีความสัมพันธ์กับสุนัขป่าสีเทา ; grey wolf) แล้วจึงมาขอแบ่งปันอาหารจากมนุษย์ในยุคนั้น จึงเกิดความสัมพันธ์ ผูกพันกันเรื่อยมา จนกลายเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรัก แสนซนวิ่งเล่นกันตามบ้าน และท้องถนน แต่สายพันธุ์สุนัขป่า ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นสุนัขป่าแบบดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น คือ การอยู่กันอย่างเป็นครอบครัว (Pack ; wolf pack) ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้ จะคอยช่วยเหลือกัน ไม่ว่าในการออกล่า หรือช่วยกันเลี้ยงดูลูกอ่อน10
  4. Bear family จากแค่ชื่อคงนึกหน้าตากันได้อย่างไม่ยากเย็น ว่าคงต้องมีแต่น้องหมี ตัวโต อ้วนกลมกันแน่ ๆ สำหรับสมาชิกในตระกูล มีหมีหลากหลายชนิดจากทั่วมุมโลก การดำรงชีพของหมีหลัก ๆ นั้นจำเป็นต้องกินอาหารจำพวกพืชเป็นหลัก หมีจะชอบกินผลไม้ป่า ลูกไม้ป่าเป็นอย่างมาก หรือแม้กระทั่งเวลาที่พ้นภาวะจำศีลออกมาใหม่ ๆ  การขุดรากไม้ กินพืชหัวชนิดต่างๆ มักเป็นสิ่งแรกที่หมีจะทำ ก่อนที่จะไปออกหาโปรตีนชนิดอื่นมาเสริมเพิ่มเติม  บรรดาเพื่อนหมีทั้งหลาย ได้แก่ หมีสีน้ำตาล (Grizzly bear)  หมีดำอเมริกา (American black bear) หมีสลอท (Sloth bear) ชอบกินแมลงและปลวกเป็นพิเศษ จมูกของหมีสลอท จะมีแผ่นปิดรูจมูกได้สนิท เพื่อประโยชน์ในการปกป้องฝุ่นผงที่อาจเกิดขึ้นขณะเป่าหาปลวกและแมลง หมีแว่น (Spectacled bear) จะมีลักษณะพิเศษ คือ ขนสีขาวเป็นวงอยู่รอบดวงตาทั้งสองข้าง ทำให้ดูเหมือนกับการสวมแว่น ส่วนหมีที่อยู่ในบ้านเรา คุ้นหน้าคุ้นตากันดี คือ หมีควาย (Asiatic black bear) และหมีหมา (Sun bear) ส่วนหมีขาวขั้วโลกนั้น (Polar bear) มีความพิเศษในเรื่องการกินอาหารที่ค่อนข้างแตกต่างจากสมาชิกหมีอื่น ๆ คือ ล่าแมวน้ำเป็นอาหารหลัก  ซึ่งต่างจากหมีแพนด้า (Giant panda) ที่มักใช้เวลาไปกับการกินต้นไผ่อร่อย ๆ มากกว่าจะล่าสัตว์อื่น ๆ นอกจากนี้ นิ้วมือของแพนด้ายังพิเศษตรงที่มีการพัฒนาให้กระดูกข้อมือ (radial sesamoid bone) ยื่นมาจนดูคล้ายกับนิ้วโป้ง ช่วยในการหยิบจับต้นไผ่ได้กระชับมือ เคี้ยวอร่อยยิ่งขึ้น
  5. Raccoon family สัตว์ที่อยู่ในตระกูลนี้ มีจุดสังเกตที่ชัดเจน คือ การสวมหน้ากาก ได้แก่ แรคคูน แพนด้าแดง (Red panda or lesser panda) และ Coati 11
  6. Weasel family สมาชิกในตระกูลนี้ที่น่าจะคุ้นเคยกัน ได้แก่ เฟอร์เร็ต (Ferret)  นาก (Otters) หมาไม้ (Martens) หมูหริ่ง (Badger) มิ้งค์ (Minks) และ Wolverine ที่ไม่ได้มีแค่ในหนัง X-men สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญในตระกูลนี้น่าจะอยู่ที่ ลักษณะลำตัวที่ยาวเรียว ขาสั้น ขนฟูสวยงาม จึงมีบางชนิดที่ถูกล่าเพื่อนำขนไปทำเป็นเครื่องนุ่งหุ่มจนเกือบสูญพันธุ์ และแม้แต่ตัวสกั๊งค์ (Skunk) ก็เป็นสมาชิกในตระกูลนี้ แต่ปัจจุบันได้มีการแยกออกไปให้อยู่ในตระกูลใหม่ ด้วยเหตุผลทางฟอสซิลที่ค้นพบ
  7. Civet family ในตระกูลนี้มีความสำคัญทางการแพทย์และเครื่องสำอางค์ เพราะมีลักษณะของต่อมข้างก้น ที่จะผลิตของเหลวที่นำไปใช้ประโยชน์ได้เป็นเครื่องหอมและส่วนประกอบสำคัญทางยา น่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ “ชะมดเช็ด” มาบ้าง ซึ่งก็คือในกลุ่มนี้นี่เอง มีทั้งชะมด อีเห็น หมีขอ (Binturongs) พังพอน (Mongoose)  เมียแคท (Meerkats) และฟอสซา (Fossa) โดยมากสัตว์ในตระกูลนี้จะเป็นสัตว์ที่อยู่พื้นเมืองในแต่ละแถบทวีป เช่น ทางแถบยุโรปตอนใต้ ทางเอเชียโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือแม้กระทั่ง เกาะมาดากัสการ์  นอกจากนี้ สัตว์บางชนิดในตระกูล ยังเป็นเครื่องผลิตกาแฟชั้นยอดของโลก ที่เรียกว่า Kopi luwak ที่ผลิตโดยอีเห็นที่เลือกกินผลเมล็ดกาแฟ ที่อยู่ในสวนกาแฟแถบอินโดนีเซีย แล้วให้อึออกมา ก่อนจะเก็บอึนั้นไปทำการผลิตตามขั้นตอนการผลิตกาแฟ สนนราคาถือว่าสูงมาก ซื้อขายกันในราคาปอนด์ละ (450 g.) 180$ แต่คาดว่าจะคุ้มค่า เพราะมีการรับประกันคุณภาพโดยสถาบันที่มีชื่อเสียงในด้านการทดสอบกลิ่นและรสชาติของกาแฟ ในระดับต้น ๆ ของโลก
  8. Hyena family ถือได้ว่าเป็นสัตว์ที่น่าสงสาร มักจะได้รับบทผู้ร้ายเสมอในการ์ตูนจากฝั่งฮอลลีวูด อาจด้วยลักษณะของหน้าตาแสยะยิ้ม ประกอบด้วยท่าทางเหมือนวางก้าม จึงถูกยัดเยียดให้ได้รับบทร้าย ๆ ซึ่งแตกต่างจากชีวิตจริงโดยสิ้นเชิง ไฮยีน่ามี 3 ชนิด ได้แก่ ไฮยีน่าลายจุด (Spotted hyena) ไฮยีน่าสีน้ำตาล (Brawn hyena) และไฮยีน่าลายทาง (Striped hyena) ในเรื่องการกินต้องยกให้ไฮยีน่าลายจุดเพราะมีลำตัวขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับไฮยีน่าอีก 2 ชนิด ทั้งยังมีนิสัยในการออกล่าสัตว์เอง แย่งขโมยของสัตว์อื่น หรือแม้แต่การเก็บกินซากสัตว์อื่นที่ตาย เหตุที่ไฮยีน่าสามารถกินทุกสิ่งอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นหนัง เขา กีบ กระดูก เนื่องจากกระเพาะของไฮยีน่าลายจุดสามารถจะย่อยสิ่งที่กินไปแล้วนำไปทำให้เกิดประโยชน์ได้หมด ส่วนไฮยีน่าสีน้ำตาลและไฮยีน่าลายทาง จะออกแนวเก็บกินซาก (Scavenger) แมลง สัตว์ขนาดเล็ก ไข่นก ผักผลไม้ต่าง ๆ คล้ายกับ Aardwolf  ที่จัดเป็นสมาชิกนี้เช่นเดียวกัน

 

เรียบเรียง : อ.สพ.ญ. ศุภลักษณ์ แก้วขวัญ

คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

 

2 Responses to “เรื่อง Carnivore สัตว์กินเนื้อ ที่ไม่ได้กินแต่เนื้อ”

commenter

เป็นแฟนเพลงของผู้แต่งอ่ะค่ะ..เขียนมาอีกนะคะ จะตามอ่านค่ะ หุๆๆ ^___^
อยากอ่านของกลุ่ม herbivore มั่ง V1 พร้อมยังคะ???

แอบถาม(ห้ามแอบอ่าน) พังพอน (mongoose)กับเพียงพอนนี่อย่างเดียวกันหรือเปล่าคะ เคยอ่านเจอในไหนไม่รู้ เค้าแปล weasel เป็นภาษาไทยว่าเพียงพอน ใช่รึป่าวคะ..

ศุภลักษณ์ แก้วขวัญ | January 7th, 2010 at 2:29 pm
commenter

มาตอบคำถามให้มิตรรักแฟนเพลงค่ะ

พังพอนกับเพียงพอนอยู่คนละวงศ์ (family)กันนะคะ ตัวพังพอน หรือ mongoose นั้นเป็นญาติๆ กันกับชะมด อีเห็น ซึ่งถ้าตามอนุกรมวิธานที่แยกอย่างละเอียด จะมีการแยกเป็น Family Herpestidae ที่จัดไว้เป็นวงศ์เฉพาะพังพอนเพียงอย่างเดียว ในบ้านเราจะมีพังพอน 2 ชนิด คือ พังพอนเล็ก หรือพังพอนธรรมดา (Small Asian or Javan mongoose) และพังพอนกินปู (Crab-eating mongoose)

แต่ว่าเพียงพอน (weasel) นั้น อยู่ใน Family Mustelidae หรือในบทความนี้เรียก Weasel family ค่ะ บ้านเราจะมีเพียงพอนอยู่ 3 ชนิด คือ เพียงพอนเหลือง (Siberian weasel),เพียงพอนเส้นหลังขาว (Back-striped weasel), เพียงพอนเล็กสีน้ำตาล (Malayan weasel)

Leave a Reply:

Name (required):
Mail (will not be published) (required):
Website:
Comment (required):

Related Posts

การจัดการขนย้ายเสือโคร่งเบงกอลข้ามประเทศ

"การจัดการขนย้ายเสือโคร่งเบงกอลข้ามประเทศ"โดย : นายสัตวแพทย์กมลชาติ [...]

การจัดการในการดูแลเสือ

"การจัดการในการดูแลเสือ" โดย : หมอดาว เขาเขียวธรรมชาติของเสือ [...]
Copyright © 2010 ZWVST ZooWildlifeVet. Brought to you by online casinos. Sponsored by: Online Bingo | Free Bingo