โรคจุดขาวในปลาทะเล

January 8th 2010 | Posted by dayajung

              เมื่อพูดถึงกลุ่มโรคจุดขาวในปลาทะเล จะประกอบไปด้วยเชื้อที่ทำให้เกิดโรค คือ Cryptocaryon irritans (marine ich หรือ white spot disease), Amyloodinium ocellatum (velvet หรือ coral fish disease) และ Brooklynella hostilis (clownfish disease) ซึ่งกลุ่มโรคดังกล่าวเป็นโรคติดเชื้ออีกชนิดที่พบบ่อยในสำหรับคนเลี้ยงปลาทะเล

สาเหตุของโรคและปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรค

                เชื้อโปรโตซัวชนิด ciliate (ciliate protozoa)เป็นสาเหตุของโรค โดยเชื้อใช้เส้นขนเล็ก ๆ ที่อยู่รอบเซลล์ในการเคลื่อนที่ การติดต่อจากตู้หนึ่งไปยังอีกตู้หนึ่งนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายมากโดยเฉพาะการใช้อุปกรณ์ร่วมกันระหว่างตู้ เช่น ไม้ทำความสะอาด หรือ กระชอน เป็นต้น

                นอกจากนี้ ภาวะเครียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น คุณภาพน้ำที่ไม่ดี   คุณภาพของอาหารที่ไม่สมบูรณ์  เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิภายในตู้ในรอบวันอยู่ตลอดเวลา เป็นต้น ทำให้ภูมิต้านทานของปลาต่อเชื้อนี้ลดลง  ส่งผลให้เชื้อซึ่งสามารถพบได้อยู่ปกติเกิดการรุกรานปลาที่อ่อนแอและเพิ่มจำนวนจนทำให้เกิดการระบาดของโรคอย่างรวดเร็ว

อาการที่พบ

                เชื้อมักจะมีผลกับ ผิวหนัง ครีบ ดวงตา และเหงือกของปลา อาการที่สังเกตได้คือ อัตราการหายใจของปลาเพิ่มขึ้นและถี่ขึ้น สังเกตได้จากแผ่นปิดเหงือกที่จะมีการเปิดปิดอย่างรวดเร็ว และปลามีอาการว่ายแฉลบ หรือ flashing หรือพยายามถูตัวกับสิ่งตกแต่งในตู้ เนื่องจากเกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง  ตัวเชื้อกระตุ้นให้ผิวหนังของปลาเกิดการสร้างเมือกที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ ในขบวนการกำจัดเชื้อปกติของร่างกาย ปลาจะสลัดเมือกและตัวเชื้อทิ้งไป ส่งผลให้ผิวหนังขาดเมือกที่ทำหน้าที่ปกคลุมผิวหนัง ดังนั้นผิวหนังอาจติดเชื้อแบคทีเรียตามมาได้ นอกจากนี้อาการตาขุ่นก็สามารถพบได้เช่นกัน

 

Marine ich หรือ white spot disease

                 Cryptocaryon irritans เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้  โรคนี้สามารถวินิจฉัยได้ง่ายมากจากการสังเกตผิวหนังภายนอก จะพบว่ามีลักษณะจุดสีขาว ๆ ขนาดเท่ากันกระจายตัวอยู่บนผิวหนังของปลา คล้ายผงเกลือหรือผงแป้ง  วงรอบชีวิตของเชื้ออยู่ที่ 28 วัน แบ่งเป็นสามระยะ คือ 1) ระยะ trophont  2) ระยะ tomont และ 3) ระยะ tomite  โดยระยะ trophont เป็นระยะที่เชื้ออาศัยอยู่บนผิวหนัง ครีบ และเหงือก ของปลา  ทำให้เรามองเห็นเป็นจุดสีขาวเล็ก ๆ บนผิวหนังของปลา หลังจากนั้นเชื้อจะแตกตัวออกจากผิวหนังมาอยู่ในน้ำ เข้าสู่ระยะ tomont ซึ่งเกิดการสร้างแคปซูลหุ้มรอบตัวเองและเกาะกับวัสดุอื่น ๆ ที่อยู่ในตู้  มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อการแบ่งตัวเสร็จสมบูรณ์แคปซูลจะแตกออกและปล่อยระยะ tomite ซึ่งสามารถเคลื่อนที่ได้และต้องว่ายไปหาปลาเพื่อก่อโรคใหม่ภายใน 48 ชั่วโมง จากนั้นจะกลับเข้าสู่ระยะ trophont เช่นเดิม

1

การวินิจฉัยโรค

                สามารถสังเกตจากจุดสีขาวเล็ก ๆ ขนาดเท่ากันกระจายทั่วตัวปลา แต่บางครั้งอาจสังเกตได้ยากหากปลามีสีอ่อนค่อนไปทางขาว ทำให้เห็นไม่ชัดเจน การวินิจฉัยทำได้โดยทำการขูดเมือกที่ผิวหนัง หรือการตัดเหงือกมาส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะพบระยะ trophont สังเกตเห็นชัดเจน

 

2

การรักษา

                ระยะที่สามารถฆ่าเชื้อนี้ได้คือระยะที่เชื้ออยู่ภายนอกตัวปลาคือ ระยะ tomont  และ  tomite ซึ่งการรักษามีหลายรูปแบบ ประกอบด้วย                

  • ย้ายปลาลงตู้ใหม่ทุกสามวัน ทำให้ลดจำนวนของเชื้อลงได้ แต่วิธีการนี้จะทำให้ปลาเครียดมาก อาจส่งผลต่อภูมิคุ้มกันต่อเชื้อที่ลดลง
  • การเพิ่มอุณหภูมิ อยู่ที่ 28-30 องศาเซลเซียส จะช่วยให้วงรอบชีวิตเร็วขึ้น กล่าวคือทำให้เชื้อเกิดการแตกออกจากแคปซูลได้เร็วขึ้นและถูกทำลาย หรือการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวัน วันละ 10% จะช่วยให้จำนวนเชื้อลดลง ในกรณีที่ตู้มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถใส่ยาและเปลี่ยนน้ำเป็นจำนวนมากได้ทุกวัน
  • Copper sulfate หรือ จุนสี สามารถรักษาการติดเชื้อโรคจุดขาวได้ โดยความเข้มข้นของ copper ion ในน้ำที่สามารถฆ่าเชื้อได้ (therapeutic level) ประมาณ 0.15 – 0.20 ppm เป็นระยะเวลา 28 วัน หากความเข้มข้นต่ำกว่านี้จะไม่สามารถฆ่าเชื้อได้ หากความเข้มข้นสูงกว่านี้ อาจส่งผลให้ปลาตายได้ ดังนั้นหากต้องการรักษาด้วยวิธีนี้ จำเป็นต้องมีชุดตรวจ copper ในน้ำ  นอกจากนี้สาร copper sulfate ถือว่าเป็นสารก่อมะเร็ง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำในตู้ และต้องนำสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังทุกชนิดออกจากตู้ด้วยเนื่องจากสัตว์เหล่านี้มีความไวต่อยาชนิดนี้  หลังจากครบเวลาในการรักษา การกำจัด copper สามารถใช้ activated carbon ขนาด 75 กรัมต่อน้ำ 40 ลิตร หรือประมาณ 2 g/L  โดยส่วนตัว พบว่าวิธีนี้เป็นสิ่งที่ดี ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ เชื้อไม่กลับมาอีก แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือการตกค้างในตู้ และการกำจัดปริมาณ copper ion ทำได้ลำบาก
  • Hyposalinity method หรือการลดความเค็มส่งผลต่อระยะ tomont เกิดการสลายตัวเนื่องจากความแตกต่างของแรงดันออสโมติก โดยการลดความเค็มลงวันละ 2-3 ppt ต่อวัน หรือประมาณ 2 แต้มหากเป็นหน่อยของ specific gravity เช่น จาก 1.025 เป็น 1.023 เป็นต้น จนกระทั่งความเค็มเหลือน้อยกว่า 16 ppt หลังจากนั้นเป็นเวลา 3 อาทิตย์ ค่อย ๆ ปรับความเค็มขึ้นตามปกติ ทั้งนี้ต้องนำหินเป็นและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังทุกชนิดออกจากตู้ที่ต้องการรักษา
  • Formalin (37% formaldehyde) ใช้ปริมาณ 0.025 ml formalin / L หรือ 25 ppm  ใส่ลงในตู้ปลา ทั้งหมดสามครั้ง วันเว้นวัน เปลี่ยนน้ำ 50% ในวันถัดไป  แต่ต้องระวัง โดยห้ามใช้ formalin หากพบว่าปลามีบาดแผลตามตัว  และ formalin มีผลทำให้ลดอัตราการละลายของออกซิเจนในน้ำ ดังนั้น เมื่อใส่ formalin เข้าไปจะต้องเพิ่มอากาศในตู้
  •  Formalin (37% formaldehyde) + Malachite green (Leteux-Meyer Mixture) โดยใช้ปริมาณ 0.025 ml formalin / L หรือ 25 ppm รวมกับ 0.10 mg/L malachite green  ใส่ลงในตู้ปลา ทั้งหมดสามครั้ง วันเว้นวัน เปลี่ยนน้ำ 50% ในวันถัดไป  ทั้งนี้ต้องระวังการสัมผัสน้ำในตู้เนื่องจาก malachite green   เป็นสารก่อมะเร็ง
  • Quinacrine hydrochloride  เป็นยาที่ใช้รักษาโรคมาลาเรียในคน ใช้ขนาด 4-6 mg ต่อแกลอน หลังจากนั้น 10 วัน ให้ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำและกำจัดตัวยาออกโดยใช่ activated carbon

                 จากประสบการณ์การรักษาโรคนี้ด้วยวิธีต่าง ๆ สิ่งที่ต้องคำนึง คือ หากเราใส่ยาในการรักษา ยาบางชนิดต้องทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำ 50 % ซึ่งทำได้ค่อนข้างลำบากหากตู้มีขนาดใหญ่มาก และใช้น้ำเค็มปริมาณมากเช่นกัน การเลือกใช้วิธีการรักษาใด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม โดยส่วนตัว พบว่าหากเป็นตู้ที่มีขนาดใหญ่ การใช้ copper sulfate ร่วมกับการเพิ่มอุณหภูมิ ให้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก เชื้อไม่กลับมาอีก แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือการตกค้างในตู้ และการกำจัดปริมาณ copper ion ทำได้ลำบาก ส่วนการใช้ formalin พบว่ากำจัดเชื้อไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร  การเปลี่ยนถ่ายน้ำน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ สามารถลดปริมาณเชื้อลงได้และการใส่ heater ช่วยให้โรคนี้ลดลงได้เช่นกัน

การป้องกัน

                หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ร่วมกันระหว่างตู้ เนื่องจากเชื้อสามารถติดตามอุปกรณ์ต่าง ๆ และสามารถแพร่สู่อีกตู้หนึ่งได้ นอกจากนี้ หากเกิดการติดเชื้อขึ้น ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้กับตู้ที่ติดเชื้อทุกครั้ง โดยการล้างน้ำจืด หรือ แช่ใน formalin ก็ได้

                การกักโรคถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรคทุกชนิดสู่ตู้ปลาที่เลี้ยง วงรอบชีวิตของเชื้อนี้อยู่ที่ประมาณ 28 วัน  ดังนั้นการกักโรคปลาอย่างน้อยอยู่ที่ 3-4 สัปดาห์ ก่อนที่จะทำปลาตัวใหม่ปล่อยลงตู้

 

                … To be continue

            ***โปรดติดตามตอนต่อไป จะกล่าวถึง marine ich ที่เกิดจากเชื้ออีกสองชนิด คือ Amyloodinium ocellatum (velvet หรือ coral fish disease) และ Brooklynella hostilis (clownfish disease)

 

Edited by

The W[E]T – V[E]T

 

Reference :

Goemans,  B. and Ichinotsubo, L. 2008.  Treating Marine Ich : learn about treatments, including new drug therapy, for this and other ciliate and  flagellate  protozoan parasites. Fish channel. March, 80-86

Gosnell , J. “Treating Marine Ich with Hypo-Salinity :  Is hypo-salinity a safe way to treat marine ich?”  [Online]. Available: http://www.fishchannel.com  4 Jan, 2010.

Noga, J.E. 2000. Fish disease : diagnosis and treatment. Iowa state university press, Iowa.

2 Responses to “โรคจุดขาวในปลาทะเล”

commenter

แหร่มมมมม …… ^_^

commenter

ขอบคุณมากครับ

Leave a Reply:

Name (required):
Mail (will not be published) (required):
Website:
Comment (required):

Related Posts

จะทำเช่นไร หากไปเจอ”กระเบน”

ในปัจจุบันมีผู้สนใจเริ่มเลี้ยงกระเบนกันมากขึ้น แน่นอนว่าหลายๆท่านอาจจะคุ้นชื่อกระเบนโมโตโร่ (Potamotrygon motoro) [...]

โรคจุดขาวในปลาทะเล (ตอน 2)

     ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงโรคจุดขาวที่เกิดจากเชื้อ Cryptocaryon irritans (marine ich หรือ white spot disease) ไปแล้ว คราวนี้จะกล่าวถึง marine ich [...]

ไปรีดน้ำเชื้อเต่าทะเลกันเถอะ… กับความสำเร็จรายแรกในประเทศไทย โดย MacfisH

เต่าทะเลที่พบในประเทศไทยมี 5 ชนิด คือ เต่าตนุ (Green turtle, Chelonia mydas) เต่ากระ (Hawksbill turtle, Eretmochyles imbricata) เต่ามะเฟือง (Leatherback turtle, Dermochelys coriacea) เต่าหัวฆ้อน [...]

ระเบิดปลาวาฬให้แหลกเป็นจุล

  ระเบิดปลาวาฬ "จะบ้าหรือ" ผมคิดในใจ "หรือว่าจะเป็นวิธีการล่าวาฬแบบใหม่ แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ [...]
Copyright © 2010 ZWVST ZooWildlifeVet. Brought to you by online casinos. Sponsored by: Online Bingo | Free Bingo