เมื่อพูดถึงกลุ่มโรคจุดขาวในปลาทะเล จะประกอบไปด้วยเชื้อที่ทำให้เกิดโรค คือ Cryptocaryon irritans (marine ich หรือ white spot disease), Amyloodinium ocellatum (velvet หรือ coral fish disease) และ Brooklynella hostilis (clownfish disease) ซึ่งกลุ่มโรคดังกล่าวเป็นโรคติดเชื้ออีกชนิดที่พบบ่อยในสำหรับคนเลี้ยงปลาทะเล
สาเหตุของโรคและปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรค
เชื้อโปรโตซัวชนิด ciliate (ciliate protozoa)เป็นสาเหตุของโรค โดยเชื้อใช้เส้นขนเล็ก ๆ ที่อยู่รอบเซลล์ในการเคลื่อนที่ การติดต่อจากตู้หนึ่งไปยังอีกตู้หนึ่งนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายมากโดยเฉพาะการใช้อุปกรณ์ร่วมกันระหว่างตู้ เช่น ไม้ทำความสะอาด หรือ กระชอน เป็นต้น
นอกจากนี้ ภาวะเครียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เช่น คุณภาพน้ำที่ไม่ดี คุณภาพของอาหารที่ไม่สมบูรณ์ เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิภายในตู้ในรอบวันอยู่ตลอดเวลา เป็นต้น ทำให้ภูมิต้านทานของปลาต่อเชื้อนี้ลดลง ส่งผลให้เชื้อซึ่งสามารถพบได้อยู่ปกติเกิดการรุกรานปลาที่อ่อนแอและเพิ่มจำนวนจนทำให้เกิดการระบาดของโรคอย่างรวดเร็ว
อาการที่พบ
เชื้อมักจะมีผลกับ ผิวหนัง ครีบ ดวงตา และเหงือกของปลา อาการที่สังเกตได้คือ อัตราการหายใจของปลาเพิ่มขึ้นและถี่ขึ้น สังเกตได้จากแผ่นปิดเหงือกที่จะมีการเปิดปิดอย่างรวดเร็ว และปลามีอาการว่ายแฉลบ หรือ flashing หรือพยายามถูตัวกับสิ่งตกแต่งในตู้ เนื่องจากเกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ตัวเชื้อกระตุ้นให้ผิวหนังของปลาเกิดการสร้างเมือกที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ ในขบวนการกำจัดเชื้อปกติของร่างกาย ปลาจะสลัดเมือกและตัวเชื้อทิ้งไป ส่งผลให้ผิวหนังขาดเมือกที่ทำหน้าที่ปกคลุมผิวหนัง ดังนั้นผิวหนังอาจติดเชื้อแบคทีเรียตามมาได้ นอกจากนี้อาการตาขุ่นก็สามารถพบได้เช่นกัน
Marine ich หรือ white spot disease
Cryptocaryon irritans เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ โรคนี้สามารถวินิจฉัยได้ง่ายมากจากการสังเกตผิวหนังภายนอก จะพบว่ามีลักษณะจุดสีขาว ๆ ขนาดเท่ากันกระจายตัวอยู่บนผิวหนังของปลา คล้ายผงเกลือหรือผงแป้ง วงรอบชีวิตของเชื้ออยู่ที่ 28 วัน แบ่งเป็นสามระยะ คือ 1) ระยะ trophont 2) ระยะ tomont และ 3) ระยะ tomite โดยระยะ trophont เป็นระยะที่เชื้ออาศัยอยู่บนผิวหนัง ครีบ และเหงือก ของปลา ทำให้เรามองเห็นเป็นจุดสีขาวเล็ก ๆ บนผิวหนังของปลา หลังจากนั้นเชื้อจะแตกตัวออกจากผิวหนังมาอยู่ในน้ำ เข้าสู่ระยะ tomont ซึ่งเกิดการสร้างแคปซูลหุ้มรอบตัวเองและเกาะกับวัสดุอื่น ๆ ที่อยู่ในตู้ มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อการแบ่งตัวเสร็จสมบูรณ์แคปซูลจะแตกออกและปล่อยระยะ tomite ซึ่งสามารถเคลื่อนที่ได้และต้องว่ายไปหาปลาเพื่อก่อโรคใหม่ภายใน 48 ชั่วโมง จากนั้นจะกลับเข้าสู่ระยะ trophont เช่นเดิม

การวินิจฉัยโรค
สามารถสังเกตจากจุดสีขาวเล็ก ๆ ขนาดเท่ากันกระจายทั่วตัวปลา แต่บางครั้งอาจสังเกตได้ยากหากปลามีสีอ่อนค่อนไปทางขาว ทำให้เห็นไม่ชัดเจน การวินิจฉัยทำได้โดยทำการขูดเมือกที่ผิวหนัง หรือการตัดเหงือกมาส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะพบระยะ trophont สังเกตเห็นชัดเจน

การรักษา
ระยะที่สามารถฆ่าเชื้อนี้ได้คือระยะที่เชื้ออยู่ภายนอกตัวปลาคือ ระยะ tomont และ tomite ซึ่งการรักษามีหลายรูปแบบ ประกอบด้วย
- ย้ายปลาลงตู้ใหม่ทุกสามวัน ทำให้ลดจำนวนของเชื้อลงได้ แต่วิธีการนี้จะทำให้ปลาเครียดมาก อาจส่งผลต่อภูมิคุ้มกันต่อเชื้อที่ลดลง
- การเพิ่มอุณหภูมิ อยู่ที่ 28-30 องศาเซลเซียส จะช่วยให้วงรอบชีวิตเร็วขึ้น กล่าวคือทำให้เชื้อเกิดการแตกออกจากแคปซูลได้เร็วขึ้นและถูกทำลาย หรือการเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวัน วันละ 10% จะช่วยให้จำนวนเชื้อลดลง ในกรณีที่ตู้มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถใส่ยาและเปลี่ยนน้ำเป็นจำนวนมากได้ทุกวัน
- Copper sulfate หรือ จุนสี สามารถรักษาการติดเชื้อโรคจุดขาวได้ โดยความเข้มข้นของ copper ion ในน้ำที่สามารถฆ่าเชื้อได้ (therapeutic level) ประมาณ 0.15 – 0.20 ppm เป็นระยะเวลา 28 วัน หากความเข้มข้นต่ำกว่านี้จะไม่สามารถฆ่าเชื้อได้ หากความเข้มข้นสูงกว่านี้ อาจส่งผลให้ปลาตายได้ ดังนั้นหากต้องการรักษาด้วยวิธีนี้ จำเป็นต้องมีชุดตรวจ copper ในน้ำ นอกจากนี้สาร copper sulfate ถือว่าเป็นสารก่อมะเร็ง ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำในตู้ และต้องนำสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังทุกชนิดออกจากตู้ด้วยเนื่องจากสัตว์เหล่านี้มีความไวต่อยาชนิดนี้ หลังจากครบเวลาในการรักษา การกำจัด copper สามารถใช้ activated carbon ขนาด 75 กรัมต่อน้ำ 40 ลิตร หรือประมาณ 2 g/L โดยส่วนตัว พบว่าวิธีนี้เป็นสิ่งที่ดี ให้ผลเป็นที่น่าพอใจ เชื้อไม่กลับมาอีก แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือการตกค้างในตู้ และการกำจัดปริมาณ copper ion ทำได้ลำบาก
- Hyposalinity method หรือการลดความเค็มส่งผลต่อระยะ tomont เกิดการสลายตัวเนื่องจากความแตกต่างของแรงดันออสโมติก โดยการลดความเค็มลงวันละ 2-3 ppt ต่อวัน หรือประมาณ 2 แต้มหากเป็นหน่อยของ specific gravity เช่น จาก 1.025 เป็น 1.023 เป็นต้น จนกระทั่งความเค็มเหลือน้อยกว่า 16 ppt หลังจากนั้นเป็นเวลา 3 อาทิตย์ ค่อย ๆ ปรับความเค็มขึ้นตามปกติ ทั้งนี้ต้องนำหินเป็นและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังทุกชนิดออกจากตู้ที่ต้องการรักษา
- Formalin (37% formaldehyde) ใช้ปริมาณ 0.025 ml formalin / L หรือ 25 ppm ใส่ลงในตู้ปลา ทั้งหมดสามครั้ง วันเว้นวัน เปลี่ยนน้ำ 50% ในวันถัดไป แต่ต้องระวัง โดยห้ามใช้ formalin หากพบว่าปลามีบาดแผลตามตัว และ formalin มีผลทำให้ลดอัตราการละลายของออกซิเจนในน้ำ ดังนั้น เมื่อใส่ formalin เข้าไปจะต้องเพิ่มอากาศในตู้
- Formalin (37% formaldehyde) + Malachite green (Leteux-Meyer Mixture) โดยใช้ปริมาณ 0.025 ml formalin / L หรือ 25 ppm รวมกับ 0.10 mg/L malachite green ใส่ลงในตู้ปลา ทั้งหมดสามครั้ง วันเว้นวัน เปลี่ยนน้ำ 50% ในวันถัดไป ทั้งนี้ต้องระวังการสัมผัสน้ำในตู้เนื่องจาก malachite green เป็นสารก่อมะเร็ง
- Quinacrine hydrochloride เป็นยาที่ใช้รักษาโรคมาลาเรียในคน ใช้ขนาด 4-6 mg ต่อแกลอน หลังจากนั้น 10 วัน ให้ทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำและกำจัดตัวยาออกโดยใช่ activated carbon
จากประสบการณ์การรักษาโรคนี้ด้วยวิธีต่าง ๆ สิ่งที่ต้องคำนึง คือ หากเราใส่ยาในการรักษา ยาบางชนิดต้องทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำ 50 % ซึ่งทำได้ค่อนข้างลำบากหากตู้มีขนาดใหญ่มาก และใช้น้ำเค็มปริมาณมากเช่นกัน การเลือกใช้วิธีการรักษาใด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม โดยส่วนตัว พบว่าหากเป็นตู้ที่มีขนาดใหญ่ การใช้ copper sulfate ร่วมกับการเพิ่มอุณหภูมิ ให้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก เชื้อไม่กลับมาอีก แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงคือการตกค้างในตู้ และการกำจัดปริมาณ copper ion ทำได้ลำบาก ส่วนการใช้ formalin พบว่ากำจัดเชื้อไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร การเปลี่ยนถ่ายน้ำน้อย ๆ แต่บ่อย ๆ สามารถลดปริมาณเชื้อลงได้และการใส่ heater ช่วยให้โรคนี้ลดลงได้เช่นกัน
การป้องกัน
หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ร่วมกันระหว่างตู้ เนื่องจากเชื้อสามารถติดตามอุปกรณ์ต่าง ๆ และสามารถแพร่สู่อีกตู้หนึ่งได้ นอกจากนี้ หากเกิดการติดเชื้อขึ้น ควรทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้กับตู้ที่ติดเชื้อทุกครั้ง โดยการล้างน้ำจืด หรือ แช่ใน formalin ก็ได้
การกักโรคถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรคทุกชนิดสู่ตู้ปลาที่เลี้ยง วงรอบชีวิตของเชื้อนี้อยู่ที่ประมาณ 28 วัน ดังนั้นการกักโรคปลาอย่างน้อยอยู่ที่ 3-4 สัปดาห์ ก่อนที่จะทำปลาตัวใหม่ปล่อยลงตู้
… To be continue
***โปรดติดตามตอนต่อไป จะกล่าวถึง marine ich ที่เกิดจากเชื้ออีกสองชนิด คือ Amyloodinium ocellatum (velvet หรือ coral fish disease) และ Brooklynella hostilis (clownfish disease)
Edited by
The W[E]T – V[E]T
Reference :
Goemans, B. and Ichinotsubo, L. 2008. Treating Marine Ich : learn about treatments, including new drug therapy, for this and other ciliate and flagellate protozoan parasites. Fish channel. March, 80-86
Gosnell , J. “Treating Marine Ich with Hypo-Salinity : Is hypo-salinity a safe way to treat marine ich?” [Online]. Available: http://www.fishchannel.com 4 Jan, 2010.
Noga, J.E. 2000. Fish disease : diagnosis and treatment. Iowa state university press, Iowa.



2 Responses to “โรคจุดขาวในปลาทะเล”
แหร่มมมมม …… ^_^
ขอบคุณมากครับ
Leave a Reply: