|
“ช้างเลี้ยงกว่า 15% ในประเทศอินเดียป่วยเป็นวัณโรค และมีโอกาสแพร่ไปยังคนและช้างป่า” วัณโรคเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน และคนสู่สัตว์ที่สำคัญ ปัญหาวัณโรคในช้างเกิดขึ้นในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีช้างอาศัยอยู่ตามธรรมชาติอย่างอินเดีย และเนปาล หรือประเทศตะวันตกที่ดูแลช้างในสวนสัตว์เป็นอย่างดี เช่น สหรัฐอเมริกา “ปัจจุบันยังไม่มีการตรวจวินิจฉัยวัณโรคในช้างที่เหมาะสม” เมื่อคนติดเชื้อวัณโรคมักไม่แสดงอาการแต่จะเกิดโรคเมื่อร่างกายอ่อนแอ ส่วนในช้างบางเชือกอาจใช้เวลา 1-2 ปีหลังจากรับเชื้อถึงแสดงอาการ การตรวจวินิจฉัยวัณโรคในช้างทำได้ยากเพราะการเพาะเชื้อจากน้ำล้างงวงเป็นวิธีการยืนยันที่แม่นยำที่สุด แต่มีข้อเสียคือ มีความไวต่ำ ได้ผลช้า และมักให้ผลบวกลวง “เมื่อช้างป่วยด้วยวัณโรค รักษาหายยาก ค่าใช้จ่ายสูง มีหลายรายที่ต้องจบชีวิตลงด้วยการเมตตาฆาต” ดังนั้นความท้าทายในการจัดการ ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคนิคการตรวจวินิจฉัยวัณโรคในคนมาประยุกต์ใช้ในสัตว์เพื่อให้ได้ผลแม่นยำและรวดเร็ว การตรวจสุขภาพควาญช้างหรือพนักงานเลี้ยงสัตว์ เพื่อป้องกันการนำวัณโรคไปติดต่อให้ช้าง การแนะนำและให้ความรู้แก่คนทั่วไปในการดูแลตนเองจากโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ และปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อเที่ยวชมสวนสัตว์เพื่อที่จะไม่ให้นำโรคมาแพร่และติดโรคกลับไป สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานซึ่งเป็นบูรณาการทางความรู้ทั้งสิ้น เราจะทำอย่างไรที่จะบูรณาการความรู้จากแต่ละสาขาวิชาร่วมกันเพื่อจัดการโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่สามารถเกิดได้ทั้งในคน สัตว์เลี้ยง และสัตว์ป่า ทีมเฉพาะกิจเพื่อจัดการโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจในสัตว์ป่า เป็นการรวมตัวกันของนักวิชาการที่ทำงานเกี่ยวข้องกับช้าง และวัณโรค ที่มาจากหลายหน่วยงานด้านสุขภาพคนและสุขภาพสัตว์ทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค สถาบันสุขภาพสัตว์ ทุนวิจัยวัณโรคดื้อยาศิริราชมูลนิธิในพระอุปถัมภ์ สำนักพระราชวัง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล คณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีกทั้งยังมีหน่วยงานด้านสื่อสารมวลชน ได้แก่ มูลนิธิหมอชาวบ้าน อีกด้วย โดยการรวมตัวกันครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นจากการประชุมหารือเพื่อวางแนวทางการจัดการ ควบคุม และป้องกันวัณโรคในช้างอย่างเป็นมาตรฐาน เนื่องจากวัณโรคเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน และมีรายงานการเกิดโรคในช้างที่ยืนยันว่าติดมาจากคนหลายรายงาน แต่ต่อมาเมื่อมีการหารือเพิ่มเติม จึงได้มีการขยายผลครอบคลุมถึงโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจในสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ รวมถึงในส่วนของการรณรงค์เพื่อสร้างสุขศาสตร์ที่ดีให้กับประชาชนในการป้องกันตนเองเมื่อเจ็บป่วยด้วยการใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่โรคจากคนสู่คนด้วยกัน และจากคนไปสู่สัตว์ด้วย “โครงการควาญรุ่นใหม่ห่วงใยสุขภาพช้าง” เมื่อวันที่ 1-2 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ โครงการคชอาณาจักร” หมู่บ้านช้าง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ได้มีการจัดกิจกรรม “โครงการควาญรุ่นใหม่ห่วงใยสุขภาพช้าง”เพื่อตรวจสุขภาพช้างและควาญช้างขึ้น โดยทีมสัตวแพทย์จากองค์การสวนสัตว์และสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ ได้ทำการตรวจสุขภาพช้างเบื้องต้น ตรวจค่าโลหิตวิทยา ตรวจปรสิต และตรวจคัดกรองวัณโรคด้วยชุดตรวจไวสำเร็จรูป ส่วนควาญช้างนั้นได้รับการดูแลจากสำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 5 จังหวัดนครราชสีมา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ โรงพยาบาลท่าตูมและโรงพยาบาลสุรินทร์ ทำการตรวจสุขภาพและเอกซเรย์ปอดเพื่อตรวจคัดกรองวัณโรคให้กับควาญช้างและสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งจัดหาป้ายความรู้และบอร์ดนิทรรศการเพื่อความรู้ที่ถูกต้องในการป้องกันโรคและสุขศาสตร์ที่เหมาะสม ทั้งนี้มีช้างที่เข้ารับการตรวจสุขภาพจำนวน 55 เชือก ควาญช้าง จำนวน 100 คน และสมาชิกในครอบครัวของควาญช้าง จำนวน 40 คน งานนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงความร่วมมือเชิงบูรณาการจากหลายหน่วยงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ “เพื่อทุกสุขภาพปลอดภัย”ไม่ว่าจะเป็นทั้งสัตว์และคนที่เกี่ยวข้องซึ่งในปัจจุบันนี้ ต่างประเทศมีการพัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ให้บริการด้านสุขภาพสัตว์และสุขภาพมนุษย์อย่างแพร่หลายในการรับมือการระบาดของโรคอุบัติใหม่หลายชนิด ด้วยเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ “ONEHEALTH ทุกสุขภาพรวมเป็นหนึ่ง”
ขอเชิญผู้ที่สนใจหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ One Health ได้ที่ |
รายงานโดย สพ.ญ. อังคณา สมนัสทวีชัย
ส่วนอนุรักษ์ วิจัย และการศึกษา องค์การสวนสัตว์
















Leave a Reply: