“รู้จักสัตว์กีบไหม?” ถ้าถามคนไทยโดยทั่วไปส่วนใหญ่ก็จะบอกว่ารู้จักกันคนละไม่กี่ชนิด โดยส่วนใหญ่ที่จะรู้จักกันก็มี โค กระบือ แพะ แกะ ยีราฟ หมู ม้า เก้ง และ กวาง ซึ่งน่าจะเป็นสัตว์ที่คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกันดี แต่รู้ไหมในบรรดาสัตว์กีบยังมีอีกหลายชนิดในโลก หรือในบ้านเราที่คนทั่วไปยังไม่รู้จักหรืออาจเคยได้ยินชื่อแต่ไม่ทราบลักษณะเฉพาะหรือลักษณะพิเศษในสัตว์กีบอีกหลายชนิด ทีนี้เรามาทำความรู้จักกับสัตว์กีบกัน โดยส่วนใหญ่สัตว์กีบนั้นจะเป็นสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหาร หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Herbivore ซึ่งสัตว์กีบบางชนิดก็กินหญ้าเป็นอาหาร (Grazer) บางชนิดก็กินลูกไม้ บางชนิดก็กินยอดอ่อน ใบไม้ กิ่งไม้หรือเปลือกไม้เป็นอาหาร (Browser) เราแบ่งสัตว์กีบออกเป็นสองกลุ่ม (Order)ใหญ่ ๆ ได้แก่ สัตว์กีบคี่ (perissodactyla) และสัตว์กีบคู่ (Artiodactyla)
สัตว์กีบคี่ ก็จะแบ่งออกเป็นอีก 3 วงศ์ (Family) คือ วงศ์ม้า (Family Equidae)ได้แก่ ม้า ม้าลาย ลา วงศ์แรด (Family Rhinocerotidae)ได้แก่ แรดขาว แรดดำ แรดอินเดีย แรดชวาและกระซู่ วงศ์สมเสร็จ(Family Tapiridae) ได้แก่ สมเสร็จ ซึ่งในโลกนี้มีอยู่ 4 สายพันธุ์ โดยสมเสร็จที่พบในไทยและเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทยนั้นเรียกว่า Malayan tapir ลักษณะของสัตว์กีบคี่คือ จำนวนของนิ้วเท้า (Foot skeleton) เป็นจำนวนคี่ ได้แก่ ม้ามีหนึ่งนิ้ว หรือกีบเดี่ยว แรดมีสามนิ้ว สมเสร็จมีนิ้วเท้าหน้าสี่นิ้วนิ้วเท้าหลังสามนิ้ว กระดูกนิ้วที่ปรับโครงสร้างให้มีความแข็งแรง เพียงพอที่จะรับน้ำหนักของร่างกายได้คือ นิ้วกลาง (Third or middle digit) ลักษณะของระบบทางเดินอาหาร (Digestive system) ของสัตว์กีบคี่ (Perissodactyla) เป็นสัตว์กินพืช ซึ่งตัวมันเองนั้นไม่สามารถที่จะสร้างเอนไซม์ (Enzyme) เพื่อย่อยเซลลูโลส (Cellulose) จึงต้องอาศัยแบคทีเรีย (Bacteria) ดังนั้นจึงมีการพัฒนาลำไส้ส่วน Cecum ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อใช้ในการหมักย่อย (Hindgut fermentation)
ส่วนในสัตว์กีบคู่นั้นสัตว์ในตระกูลนี้สามารถแบ่งย่อยออกเป็น 9 วงศ์ 194 ชนิด ดังนั้นความหลากหลายของสัตว์ในตระกูลนี้จะมีมาก เช่น ความสูงของสัตว์มีตั้งแต่ 0.3 เมตร ได้แก่ กระจง (mouse deer) หรือมีความสูงถึง 5.5 เมตร ได้แก่ ยีราฟ (Giraffe) มีน้ำหนักตั้งแต่ 2 กิโลกรัม ได้แก่ กระจง (mouse deer) จนถึงน้ำหนักมากถึง 4,000 กิโลกรัม ได้แก่ ฮิปโปโปเตมัส (Hippopotamus) การจำแนกกลุ่มของสัตว์ในตระกูลนี้สามารถแบ่งสมาชิกออกเป็น 3 ตระกูลย่อย (Sub order) โดยสามารถแยกออกจากกันด้วยลักษณะของกระเพาะอาหาร ได้แก่ ปริมาณช่องของกระเพาะอาหาร และความสามารถในการหมักย่อย (Fermentation) ของกระเพาะอาหารสัตว์ได้ดังนี้
Suborder Suiformes : เป็นสัตว์กีบคู่ที่มีกระเพาะเดี่ยว
- Family Suidae ได้แก่ หมู หมูป่า เป็นสัตว์ที่มีลักษณะรูปร่างกลม ปราดเปรียว มี snout และจมูกที่มี Catilage ลักษณะคล้ายจาน ทำหน้าที่ขุดดิน เท้าจะมี 4 นิ้ว แต่มี 2 นิ้วที่มีขนาดใหญ่และใช้สัมผัสพื้น ผิวหนังส่วน Epidermis หนามีขนขึ้นตามลำตัว มีกระเพาะแบ่งออกเป็น 2 Chamber ไม่มีการหมัก เป็นกลุ่มที่ว่ายน้ำเก่ง และชอบนอกคลุกโคลน
- Family Tayassuidae ได้แก่ Peccaries มีอยู่ 2 spp. พบต่อมกลิ่น(ต่อมชะมด) ในสัตว์ตระกูลนี้ เพื่อใช้แสดงสัญลักษณ์ กระเพาะมีลักษณะคล้ายไส้กรอก 2 ท่อน ไม่มี Gall bladder เพศเมียมีเต้านม 4 เต้า หนัก 30 – 35 kg
- Family Hippopotamidae ได้แก่ 1. Nile Hippopotamus สามารถพบได้ทั่วไปในแอฟริกา สัตว์ชนิดนี้มักจะอยู่ในน้ำตอนกลางวัน ตอนกลางคืนจะขึ้นบกเพื่อ
กินหญ้า อาหารหลักคือ หญ้าและพืชน้ำ Nile Hippopotamus จะมีการสร้างสารคัดหลั่งสีแดง เรียกว่าเหงื่อเลือด (Blood Sweat) เชื่อว่าหน้าที่ของสารคัดหลั่งเหล่านี้ คือ ช่วยควบคุมการสูญเสียความชื้นและน้ำจากร่างกาย และควบคุมอุณหภูมิร่างกายอีกด้วย มีขนาด ตั้งแต่ 1,300 – 2,500 กิโลกรัม มีอายุยืน 40 – 45 ปี ตั้งท้องนาน 227 – 240 วัน เพศเมียมีความสมบูรณ์พันธุ์เมื่ออายุ 7 – 8 ปี ส่วนเพศผู้จะสมบูรณ์พันธุ์ที่อายุ 6 ปี 2. ฮิปโปแคระ(Pygmy hippopotamus) สามารถพบได้ในแถบแอฟริกาใต้ตะวันตก มีขนาด 200 – 250 กิโลกรัม เป็นสัตว์ที่มักชอบอยู่ตัวเดียว แต่จะอยู่เป็นคู่เมื่อถึงเวลาผสมพันธุ์ สามารถพบสารคัดหลั่งบนผิวหนังได้แต่มีลักษณะใส มักมีพฤติกรรมที่ค่อนข้างก้าวร้าว ดุร้าย มักทำเขตแดน (Marker) ด้วยการขับถ่ายมูล มีระยะตั้งท้องนาน 186 – 270 วัน
Suborder Tylopoda : มีกระเพาะอาหารแบ่งเป็น 3 ส่วน มีหมักขึ้นในกระเพาะอาหาร(Fermentation)
- Family Camelidae สัตว์กลุ่ม Camel มีกระเพาะแบ่งเป็น 3 compartment และเริ่มมีการหมักที่กระเพาะอาหารไม่มี Gall bladder เท้าของอูฐจะมี แผ่นรอง (Digital cushion) อยู่เต็มแผ่นเท้า มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม True camel ได้แก่ อูฐหนอกเดียว (Dromedary camel) มีถิ่นกำเนิดแถบตะวันออกกลาง มีหนอกที่หลัง หนอกเดียว น้ำหนัก 450 – 700 กิโลกรัม และอูฐสองหนอก (Bactrian camel) มีถิ่นกำเนิดจาก มองโกเลีย มีขนาดใหญ่กว่าอูฐหนอกเดียว ขาสั้นมีหนอกที่หลัง 2 หนอก มีขนาดใหญ่กว่าอูฐหนอกเดียว น้ำหนัก 800-1,000 กิโลกรัม สัตว์อีกกลุ่มคือกลุ่ม Llama ได้แก่ Llama, guanaco, alpaca และ Vicuna ซึ่งมักมีต้นกำเนิดในแถบอเมริกาและอเมริกาใต้ สัตว์กลุ่มนี้มีความยาวร่างกาย 1.2 เมตร ความสูงเมื่อวัดจากหัวไหล่ 1.2 เมตร น้ำหนัก 80 – 140 กิโลกรัม มีขนหนาปกคลุมบริเวณหลังและช่วงบนของร่างกาย
Suborder Ruminantia : มีกระเพาะอาหารแบ่งออกเป็น 4 ส่วน มีหมักขึ้นในกระเพาะอาหาร (Fermentation)
- Family Tragulidae ได้แก่พวกกระจง เป็นสัตว์ตระกูลกวางกระเพาะอาหารแบ่งออกเป็น 4 ส่วน มีการหมักที่กระเพาะอาหาร แต่กระเพาะส่วน Omasum จะลดขนาดลง เหลือไว้เพียงร่องรอยเท่านั้น ไม่มีเขาแต่มี Upper canine teeth ที่ยาว และยื่นออกมานอกปาก ตั้งท้องนาน 120 – 180 วัน ตัวเมียสามารถกลับมาเป็นสัดได้ ใน 7 วันหลังจากคลอดลูก
- Family Cervidae สัตว์ตระกูลกวางเป็นสัตว์ที่มีลักษณะแตกต่างจากสัตว์กีบคู่ อื่น ๆ จากลักษณะของเขากวางที่เรียกว่า Antler โดยส่วนมากจะมีเขาเฉพาะเพศผู้ ลักษณะเขาของกวาง (Antler) จะไม่มีการยึดติดกับกะโหลก ด้วย Cornual process เหมือนเขาสัตว์ทั่วไป (Horn) โดยสัตว์จะมีการผลัดเขาปีละ 1 ครั้ง ในกวางจะมีต่อมกลิ่น (specialized scent gland) อยู่บริเวณหัวตาเรียกว่า Preorbital gland และมีบริเวณซอกกีบ (Interdigital gland) อีกด้วย โดยสัตว์จะถูต่อมกลิ่น กับบริเวณต้นไม้ กองดิน เพื่อเป็นการสร้างสัญลักษณ์ บ่งบอกอาณาเขต สัตว์กลุ่มกวางจะไม่มีถุงน้ำดี (Gall bladder) ยกเว้นในกวาง Musk
- Family Giraffidae สัตว์กลุ่มนี้แบ่งออกเป็น 2 ชนิดได้แก่ Giraffe และ Okapi ทั้ง 2 ชนิด มีคอที่ยาว โดยเฉพาะ Giraffe มีกระดูกคอ 7 ชิ้น บนหัวของ Giraffe จะมีเขา (Horn) ซึ่งปกคลุมด้วยผิวหนัง พบลักษณะนี้ในเพศผู้และเพศเมีย แต่ใน Okapi มักพบในเพศผู้ สัตว์ทั้ง 2 ชนิด มีหัวนม (Nipple) 4 หัว อยู่บริเวณระหว่างขาหลัง ลักษณะพิเศษที่แยกสัตว์ตระกูลนี้ออกจากสัตว์ตระกูลอื่น ได้แก่
- มีคอยาว
- มีลิ้นยาวสามารถยึดจับอาหารได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะใน Giraffe จะมีริมฝีปาก ที่เคลื่อนไหวได้ดี มีขนปกคลุมหนาป้องกันหนามได้
- ไม่มี ถุงน้ำดี (Gall bladder)
- ขาหน้ายาวกว่าขาหลัง
- ผิวหนังเป็นลายตามถิ่นที่อยู่เพื่อใช้พรางตา
- Family Antilocapridae ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงชนิดเดียว คือ Pronghorn พบในแถบอเมริกาเหนือเท่านั้น Pronghorn เป็น Family ที่มีลักษณะเขาก้ำกึ่งระหว่าง Cervidae และ Bovidae เขาของ Pronghorn จะมีลักษณะพิเศษ คือ จะมีแกนเป็นกระดูก (Cornual process) และหุ้มไปด้วย skin และ horn sheath ซึ่งจะมีการลอกหลุดและสร้างขึ้นมาใหม่ทุกปี เมื่อไม่มี Horn sheath เขาจะมีลักษณะคล้าย ๆ ขนสัตว์ปกคลุมอยู่ Pronghorn สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงสุด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพศผู้หนัก 50 – 60 กิโลกรัม เพศเมียหนัก 40 – 50 กิโลกรัม มี 4 กระเพาะและมี Gall bladder
- Family Bovidae ลักษณะของกลุ่ม Bovidae คือมีเขา (Horn) ที่ไม่มีการแตกกิ่ง ไม่มีการหลุดหรือเปลี่ยนในตลอดช่วงอายุ Bovidae เป็นกลุ่ม True ruminant มีกระเพาะ 4 ส่วน และมีการหมักย่อย (Fermentation) โดยการหมักของกระเพาะอาหารจะอาศัยแบคทีเรียในท่อทางเดินอาหาร (Microflora)โดยส่วนใหญ่ pH ในกระเพาะอาหารจะอยู่ที่ 6.7+0.5 มีถุงน้ำดี (Gall bladder) นอกจากนั้นสัตว์ในตระกูลนี้สามารถสำรอก (Regurgitation) อาหารออกมาจาก กระเพาะหมัก(Rumen) เพื่อทำการเคี้ยวใหม่ได้ (เคี้ยวเอื้อง)
สมาชิกสัตว์ในตระกูล Bovidae ยังสามารถแบ่งย่อยได้อีก 9 sub family ดังนี้
- Sub Family Aepycerotinae เป็น Antelope ขนาดกลาง คอและขายาว มีเขาเฉพาะเพศผู้ ได้แก่ Impala
- Sub Family Alcelaphinae เป็น Antelope ขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ ได้แก่ Wildebeest, Hartebeest มีลักษณะเฉพาะตัว คือ ขาหน้าจะยาวกว่าขาหลัง ทำให้แผ่นหลังมีลักษณะ slope ขายาวใบหน้าแคบและยาว พบเขาทั้งเพศผู้และเพศเมีย มักอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่
- Sub Family Antilopinae กล่าวได้ว่าเป็น True antelope มีขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง มีลักษณะคอและขายาวปราดเปรียว เขามีทั้งกลุ่มที่พบในเพศผู้และพบได้ทั้ง 2 เพศ สมาชิกสัตว์ในตระกูลนี้ ได้แก่ Gazelles, Sprinxbok, Black buck, Gerenuk
- Sub Family Bovinae สมาชิกสัตว์กลุ่มนี้ ได้แก่ Bison, Cattle, Buffalo, Nilgai, Spiral – horned antelopeสัตว์กลุ่มนี้น่าสนใจคือ Bovine antelope กลุ่ม spiral – horned antelope เป็นกลุ่มที่มีลักษณะ คอยาว ขายาว มีลายขวางตามลำตัว อาจมีลาย (Strikling facial) บนใบหน้า มีเขาบิดเป็นเกลียว ซึ่งมักพบเฉพาะในเพศผู้ แต่บางชนิดพบได้ทั้งเพศผู้และเพศเมีย ได้แก่ Eland และ Bongo
- Sub Family Cephalophinae ได้แก่กลุ่ม Duikers มีหลายขนาดตั้งแต่ 4 – 80 กิโลกรัม มีลักษณะขาสั้น หลังโก่ง รูปร่างกลมตัน มีเขาสั้น ๆ
- Sub Family Hippotraginae เรียกอีกอย่างได้ว่า Horse antelope ได้แก่ Oryx หรือ Gemsbok, Sable และ Roan antelope เป็นต้น มีรูปร่างใหญ่ มี Facial marking เขายาว มีวงรอบเขา ลักษณะเขาจะแตกต่างกันออกไป เช่น Gemsbox จะมีเขาที่ตรงแต่ Arabian Oryx จะมีเขาเป็นเกลียวเล็กน้อย
- Sub Family Peleinae มีอยู่ชนิดเดียว ได้แก่ Rhebok มีรูปร่างเล็ก ขนปกคลุมหนา มีเขาตรงพบในเฉพาะเพศผู้
- Sub Family Reduncinae ได้แก่ Reed buck ,Waterbuck มีขนาดตั้งแต่ขนาดกลาง จนถึงขนาดใหญ่ พบเขายาวตรงในเพศผู้ เมื่อยืนขาหลังจะมีความยาวมากกว่าขาหน้า บางชนิดจะมีการพัฒนากีบให้มีความยาวและคม สำหรับเดินบนพื้นดินเปียกหรือโคลน
- Sub Family Caprinae ได้แก่กลุ่ม Sheep, Goat และ Goat like animal เช่น Serow (เลียงผา) , I bex, Goral, Musk ox ทุก species จะมีเขาในทั้งเพศผู้และเพศเมีย แต่เพศผู้จะมีเขาที่ใหญ่และตันกว่า เพราะใช้สำหรับต่อสู้กัน ลักษณะของเขา (Horn) เช่นความคมและความโค้งของเขา จะแตกต่างกันไปในแต่ละ species เพศผู้มักมีขนาดใหญ่กว่าเพศเมีย 20% – 30% เพศเมียจะมีเต้านม 2 หรือ 4 เต้า สัตว์ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะมีขนที่หนา ลักษณะกีบ (Hooves) จะมีการพัฒนาให้มีลักษณะพิเศษ ได้แก่ มี Hoof wall ที่หนา และมีความชื้นมาก เพื่อสะดวกในการปีนหน้าผา
เรียบเรียง : อ.น.สพ. วีระพันธ์ นกแก้ว
คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
เอกสารอ้างอิง
Michael et al., 2004. Grzimek’s Animal Life Encyclopedia 2nd ed. V. 16 : MammalsV.



Leave a Reply: