จากบทความที่แล้ว ที่ได้เล่าถึงชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครอง 59 ชนิดที่อนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้ก็มีเสียงเรียกร้องกันเข้ามามากมาย อยากจะทราบว่าถ้าจะขออนุญาตเพาะพันธุ์เนี่ย จะต้องขอกับใคร ที่ไหน อย่างไร ใช้หลักฐานอะไรบ้าง และผู้ขอจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้วค่ะ
คุณสมบัติของผู้รับอนุญาต
- เป็นเจ้าของกิจการและมีทรัพย์สินหรือมีฐานะดีพอที่จะดำเนินกิจการได้
- มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
- มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
- ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
- ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
- ไม่อยู่ในระหว่างถูกพักใช้ หรือไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตซึ่งออกตามกฎหมายนี้ เว้นแต่ผ่านมาแล้ว 2 ปี
- ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและได้รับโทษในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือกฎหมายว่าด้วยการส่งออกหรือการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า เฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการนำเข้าหรือส่งออกสัตว์ป่า
การยื่นคำขอ
ให้ประชาชนผู้ประสงค์จะขออนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อประโยชน์แก่กิจการสวนสัตว์สาธารณะและเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่อนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้เพื่อประโยชน์ในทางการค้า ยื่นคำขอรับใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าตามแบบ สป.8 พร้อมด้วยหลักฐาน
หลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมคำขอ
- กรณีเป็นบุคคลธรรมดา
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขอรับใบอนุญาต
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ บัตรประจำตัวพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว
- กรณีเป็นนิติบุคคล
- สำเนาทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัท (กรณีบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด) หรือของหุ้นส่วนผู้จัดการ (กรณีห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล) แล้วแต่กรณี
- สำเนาหรือภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพัน
- หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับของบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด ที่จดทะเบียนไว้
- หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท แสดงรายการจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญจะทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งรับรองไว้ไม่เกิน 6 เดือน
โครงการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งจะต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
- ชื่อเจ้าของโครงการ
- ที่ตั้งของโครงการ
- วัตถุประสงค์ขอโครงการ
- ประเภท ชนิด ของสัตว์ป่าที่ขออนุญาต
- เป้าหมายของโครงการ
- เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
- เครื่องมือ อุปกรณ์
- วิธีการ ขั้นตอน และระยะเวลาในแต่ละขั้นตอน
- แผนที่ แผนผัง รายการอาคาร และสิ่งปลูกสร้าง
หลักฐานการได้มาซึ่งสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อการเพาะพันธุ์ (ถ้ามีสัตว์ป่าอยู่ในระหว่างการขออนุญาตเพาะพันธุ์) ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
ผู้ขอรับใบอนุญาตได้แจ้งครอบครองชนิด จำนวนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม สป.1 เมื่อปี พ.ศ. 2535 และ ปี พ.ศ. 2546 หรือแจ้งเมื่อกฎกระทรวงใหม่กำหนดสัตว์ป่าให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามแบบ สป.1 หรือได้รับอนุญาตให้ครอบครองตามแบบ สป.2
- ทางราชการจัดหาให้ ตามมาตรา 26
- ผู้รับใบอนุญาตเพาะพันธุ์ ตามมาตรา 18 หรือผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสวนสัตว์ที่เลิกกิจการขายให้
- ผู้ค้าขายให้ตามมาตรา 20 หรือผู้ดำเนินกิจการถูกเพิกถอนใบอนุญาต
- นำเข้าตามมาตรา 23 หรือมาตรา 24
สำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ (ถ้ามี)
หลักฐานการมีสิทธิใช้สถานที่ที่จะดำเนินการเพาะพันธุ์สัตว์ป่า (เช่น โฉนดที่ดิน น.ส.3ก หนังสือสัญญาเช่า ฯลฯ)
ในกรณีที่ให้ผู้อื่นมายื่นคำขอแทนผู้ขออนุญาต
- หนังสือมอบอำนาจจากผู้ขออนุญาต
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรประจำตัวข้าราชการ บัตรประจำตัวพนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวของผู้รับมอบอำนาจ
สถานที่ยื่นคำขอ
- ท้องที่กรุงเทพมหานคร ยื่นที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช
- ท้องที่อื่น ยื่นที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด
การตรวจสอบคุณสมบัติ
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีหนังสือถือกรมบังคับคดีเพื่อตรวจสอบการเป็นบุคคลล้มละลายของผู้ขอรับใบอนุญาต
- ผู้ขอรับใบอนุญาต รับหนังสือจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อไปตรวจประวัติอาชญากรรม (พิมพ์ลายนิ้วมือ) ที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(กรณีมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ) หรือสถานีตำรวจภูธรตามภูมิลำเนาของผู้ขออนุญาต
การตรวจสอบสถานที่ขออนุญาต และสัตว์ป่า
- ผู้ขออนุญาต นำเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจสถานที่เพาะพันธุ์สัตว์ป่า ชนิด จำนวนสัตว์ป่า (ถ้ามี) และความเป็นไปได้ของโครงการ
การแจ้งผลการพิจารณา
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 60 วัน
การชำระค่าธรรมเนียม และรับใบอนุญาต
- ให้ผู้ยื่นคำขอที่ได้รับอนุญาต มาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่า (สป.9) เป็นเงิน 1,000 บาท ที่สำนักบริหารงานกลาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วนำใบเสร็จรับเงินมาขอรับใบอนุญาตฯที่สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า
การทำเครื่องหมายประจำตัว
- ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ป่าตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
การจัดทำบัญชีแสดงชนิด จำนวนสัตว์ป่า ตามแบบที่อธิบดีกำหนด
- ยื่นบัญชีครั้งแรก ให้ยื่นภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับใบอนุญาตในกรณีมีสัตว์ป่าอยู่ในขณะได้รับใบอนุญาตหรือภายใน 30 วันนับแต่วันได้สัตว์มา
- ยื่นบัญชีประจำปี ปีละ 2 ครั้ง ให้ยื่นในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม และกรกฏาคม ของแต่ละปี
สำหรับผู้ที่ต้องการจะขออนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่า 59 ชนิดที่อนุญาตให้เพาะพันธุ์ได้ สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่กล่าวไว้ข้างต้นนะคะ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ส่วนคุ้มครองสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร 02-5796666 ต่อ 163,1632 โทรสาร 02-5794621

เรียบเรียง : สพ.ญ. พิมพ์ชนก สรงมงคล
สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช




7 Responses to “จะทำอย่างไร?? เมื่อต้องการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า”
ขอบคุณมากครับ รอมานานแล้วได้ความรู้มากเลย
ผมเพาะเลี้ยงนกขุนทอง 2 ตัว จะขอใบครอบครองครับ แต่ไม่ได้เพาะเพื่อการค้า ครับทำอย่างไงครับ
เลี้ยงนางอายแคระ 1 ตัวค่ะ จะต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ ขอบคุณค่ะ
ตอบคุณ ชาวบ้าน นะคะ การแจ้งครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองนั้นครั้งล่าสุดเปิดให้แจ้ง เมื่อปี 46 ค่ะ หลังจากนั้นยังไม่มีการเปิดให้แจ้งอีกนะคะ นั่นคือ ถ้าเป็นตัวที่เพิ่งเอามาเลี้ยงใหม่ จะไม่สามารถมีใบครอบครองได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นลูกที่เกิดจากพ่อแม่นกที่มีใบแจ้งครอบครองอยู่แล้ว สามารถแจ้งเพิ่มว่าเกิดลูกได้ค่ะ
หมอนก
ตอบคุณ ลัคกี้ นะคะ นางอายแคระ ไม่ได้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของไทย ไม่ต้องมีใบแจ้งครอบครองค่ะ ตามหลักแล้วจะต้องมีใบอนุญาตนำเข้า สัตว์ต่างประเทศที่นำเข้าก็จะมีกฏหมายตรวจสอบช่วงนำเข้า ส่งออก แต่ส่วนใหญ่ถ้านำเข้ามาแล้ว ก็มักจะไม่ได้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบหรอกค่ะ
หมอนก
ถ้าผมมีความสนใจต้องการที่จะเลี้ยงไก่ป่าและกวางจะสามารถขออนุญาติได้หรือไม่( ยังไม่เคยเลี้ยงและขึ้นทะเบียน) ถ้าได้จะสามารถขอคำปรึกษาและพ่อแม่พันธุ์ได้ที่ใด
สัตว์ป่าที่สามารถเลี้ยงเพื่อการค้าพานิชย์และขยายพันธุ์มีอะไรบ้างสามารถขอคำปรึกษาและพ่อแม่พันธุ์ได้ที่ใดบ้างในเขตภาคอีสาน ??
Leave a Reply: